ตำรวจบุกจับหนุ่มประวัติโชน ชักปืนขู่กระชากพระเครื่องดัง 5 องค์ มูลค่า 3 แสนบาท พบมีหมายจับอื้อรอดำเนินคดี

พบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ผ่านมา ณ บริเวณร้านสะดวกซื้อในซอยรามอินทรา 58 แยก 2 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร โดยนายวิศิษฎ์พงษ์ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหา ได้ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า สีดำ-เทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน พาหญิงสาว 2 คน มาหยุดที่ร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อของ ในขณะที่กำลังอยู่ในร้าน ผู้ต้องหาได้สังเกตเห็นชายคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้เสียหาย สวมใส่สร้อยคอเงินห้อยพระเครื่องดังหลายองค์ ด้วยความเป็นคนที่มีความรู้ด้านพระเครื่องและเล็งเห็นว่าพระเครื่องที่ผู้เสียหายสวมใส่มีมูลค่าสูง ผู้ต้องหาจึงเข้าไปทักทายและขอชมพระเครื่องที่ห้อยอยู่ที่สร้อยคอของผู้เสียหายอย่างสุภาพในเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายซึ่งอาจรู้สึกไม่สบายใจหรือไม่ต้องการให้คนแปลกหน้าสัมผัสพระเครื่องมีค่าของตนจึงได้ปฏิเสธอย่างสุภาพ การปฏิเสธนี้กลับทำให้ผู้ต้องหาโกรธและเปลี่ยนพฤติกรรมทันที โดยได้หันมาเปิดเสื้อตรงบริเวณเอวเพื่อโชว์อาวุธปืนที่พกติดตัวไว้ เป็นการข่มขู่ให้เกิดความกลัว ปฏิบัติการจับกุมอย่างรวดเร็ว หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้เสียหายได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที โดย พลตำรวจโท สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้สั่งการให้ พลตำรวจตรี พัลลภ แอร่มหล้า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พลตำรวจตรี โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสำนักงานสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล และ พลตำรวจตรี เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครบาล 2 เร่งประสานงานติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาโดยเร็ว … Read more

ลุงวัย 58 คว้าขวานจามหัวพี่เขยชาวเมียนมาร์ดับคาบ้าน หลังเมาสุราทำร้ายพี่สาวจนทนไม่ไหว

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2568 เวลาประมาณค่ำคืน พ.ต.ท.ศิริชัย เจริญศิริ สารวัตรสอบสวนสภ.ประโคนชัย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายกันภายในบ้านเรือน และคาดว่าจะมีผู้เสียชีวิต จึงได้ประสานงานกับ พ.ต.อ.วิษณุ อาภรณ์พงษ์ ผู้กำกับการสภ.ประโคนชัย และ พ.ต.ท.นิวัตน์ อาทวัง รองผู้กำกับการฝ่ายสืบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยบ้านสองเมืองบุรีรัมย์ รีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุทันที สถานที่เกิดเหตุคือบ้านเลขที่ 124 หมู่ที่ 12 บ้านนสวายสอ ตำบลประโคนชัย อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวขนาดเล็กในหมู่บ้านชนบท อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 กิโลเมตร บริเวณนี้เป็นชุมชนเกษตรกรรม ผู้คนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ทำไร่ และรับจ้างทั่วไป บรรยากาศโดยทั่วไปเงียบสงบ ไม่ค่อยมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น สภาพที่เกิดเหตุพบศพนอนจมกองเลือด เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยเข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน พบสภาพที่น่าสะเทือนใจ ศพของชายสัญชาติเมียนมาร์ที่ชาวบ้านเรียกว่า “นายแขก” (ไม่ทราบชื่อนามสกุลที่แท้จริง เนื่องจากเป็นชาวต่างด้าวที่ไม่มีเอกสารประจำตัว) อายุประมาณ 60 ปี นอนหงายอยู่กลางพื้นห้องในบ้าน บริเวณศีรษะมีบาดแผลฉกรรจ์ลึก เลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมากและแฉะอยู่โดยรอบศพ จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ … Read more

แก๊สระเบิดกลางหมู่บ้านปทุมธานี คร่าชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บ 7 ราย โครงสร้างบ้านทรุดใส่เจ้าหน้าที่ดับเพลิง

ตามรายงานจากหน่วยงานกู้ภัยและหน่วยงาน Fire & Rescue Thailand ระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลา 07.10-07.15 น. ของวันที่ 11 ตุลาคม 2568 เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งเหตุแก๊สระเบิดภายในบ้านพักอาศัยในหมู่บ้านพนาสนธิ์ 9 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเยื้องสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี แหล่งข่าวจากพื้นที่เปิดเผยว่า เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียงตื่นตระหนก หลายคนวิ่งออกมาจากบ้านด้วยความตกใจ ขณะที่เปลวไฟลุกโหมขึ้นอย่างรวดเร็วจากจุดที่เกิดเหตุ มีควันดำโขมงลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก สถานการณ์ผู้ประสบภัย มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 6 ราย โดยได้รับการนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ยังพบผู้ติดค้างภายในบ้านอีก 1 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ยืนยันในภายหลังว่าผู้ติดค้างดังกล่าวเสียชีวิตแล้ว โดยร่างยังคงอยู่ในสภาพเดิมภายในบ้านที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม ในรายงานที่อัพเดทล่าสุด ระบุว่ามีผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นเป็น 7 ราย ซึ่งอาจรวมถึงเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากเหตุโครงสร้างบ้านทรุดตัวลงมาในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ด้วย สำหรับผู้บาดเจ็บที่ได้รับการนำส่งโรงพยาบาล เบื้องต้นมีทั้งบาดเจ็บเล็กน้อยจนถึงสาหัส โดยแพทย์และพยาบาลได้เข้าดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด ขณะที่ญาติพี่น้องของผู้ประสบเหตุต่างเดินทางมายังโรงพยาบาลด้วยความวิตกกังวล โครงสร้างบ้านแตกร้าว-ทรุดตัว คุกคามเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ประเด็นที่น่าวิตกอีกประการหนึ่งคือ ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังทำการดับเพลิงและเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย เจ้าหน้าที่ได้พบว่าโครงสร้างบางส่วนของบ้านที่เกิดเหตุมีการแตกร้าวและทรุดตัวลงมา สร้างอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากซากโครงสร้างที่พังทลายลงมา แม้ว่าจะไม่มีรายงานการบาดเจ็บสาหัส แต่เหตุการณ์นี้ยังคงเป็นความเสี่ยงที่สำคัญต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ทำให้ต้องมีการประเมินสถานการณ์และความปลอดภัยของพื้นที่ใหม่อย่างรอบคอบ … Read more

บุกจับ “โรงเรียนเถื่อน” เปิดสอนเด็กต่างด้าวกว่า 900 คน ครูถือใบอนุญาตกรรมกร-เจ้าของอ้างเป็นแค่ค่ายเยาวชน

การเข้าตรวจสอบในครั้งนี้เน้นไปที่จุดที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลท่าไม้ อำเภอกระทุ่มแบน โดยสถานที่แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นสถานศึกษาสำหรับนักเรียนไทย แต่ต่อมาได้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้ได้มีชาวบ้านในพื้นที่ยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาคร โดยระบุว่ามีการเปิดสถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์รับเด็กต่างชาติเข้ามาทำการเรียนการสอนจำนวนมาก ซึ่งอาจไม่ถูกต้องตามกฎหมาย พบเด็กต่างด้าวกว่า 900 คน พร้อมครูผู้สอน 27 คน เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 9 ตุลาคม 2568 คณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบสถานที่ดังกล่าวอย่างละเอียด พบว่าภายในอาคารคอนกรีต 3 ชั้น มีเด็กต่างด้าวอยู่เป็นจำนวนมากประมาณ 900 คน กระจายอยู่ตามห้องเรียนต่างๆ ทั้งชั้น 1, 2 และ 3 โดยเด็กเหล่านี้กำลังอยู่ในกิจกรรมการเรียนการสอนขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ นอกจากนี้ยังพบชาวต่างด้าวทั้งชายและหญิงอีกจำนวน 27 คน ซึ่งทำหน้าที่เป็นครูผู้สอนและผู้ดูแลเด็กเหล่านั้น เมื่อตรวจสอบเอกสารของชาวต่างด้าวทั้ง 27 คนนี้ พบว่าทุกคนถือใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยประเภท “กรรมกร” ซึ่งไม่ใช่ใบอนุญาทำงานประเภทครูหรือผู้ดูแลเด็ก ภาพที่พบเห็นภายในอาคารนั้นมีลักษณะคล้ายโรงเรียนทั่วไป มีการจัดห้องเรียน มีกระดานดำ โต๊ะเก้าอี้นักเรียน และอุปกรณ์การเรียนการสอนต่างๆ ครบครัน มีการแบ่งชั้นเรียนตามช่วงอายุของเด็ก และมีตารางเรียนที่ชัดเจน ซึ่งทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าสถานที่แห่งนี้มีลักษณะการดำเนินงานเป็นโรงเรียนอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ใช่เพียงแค่ค่ายเยาวชนหรือศูนย์กิจกรรมทั่วไปอย่างที่ผู้บริหารอ้าง ผู้บริหารอ้างเป็นค่ายเยาวชน … Read more

รวบขบวนการ “ป่วยทิพย์” ปลอมเอกสารแพทย์หลอกเคลมประกันสุขภาพเสียหายกว่า 3 แสนบาท

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ได้เข้าจับกุมผู้ต้องหาสามรายประกอบด้วย นายไพ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี, นายสรัฐ อายุ 47 ปี และนางสาวกุลธิดา อายุ 41 ปี ทั้งสามรายถูกจับกุมตามหมายจับของศาลอาญา ด้วยหมายจับเลขที่ 5053, 5054 และ 5058/2568 ลงวันที่ 2 กันยายน 2568 ในข้อหาความผิดหลายประการ ได้แก่ ฉ้อโกง, ปลอมและใช้เอกสารปลอม, เรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยโดยทุจริต และแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน จุดเริ่มต้นของคดี – บริษัทประกันแจ้งความ คดีนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เมื่อบริษัทประกันภัยสุขภาพแห่งหนึ่งได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนของสำนักงานป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หลังจากที่เจ้าหน้าที่ของบริษัทได้ตรวจพบพฤติการณ์ที่น่าสงสัยเกี่ยวกับการยื่นเอกสารใบรับรองแพทย์ที่มีลักษณะผิดปกติ เพื่อขอรับเงินค่าสินไหมทดแทนประกันสุขภาพ ในระยะแรก บริษัทประกันภัยได้เข้าใจว่าผู้เอาประกันภัยเหล่านั้นมีอาการเจ็บป่วยจริงตามที่ระบุในเอกสารทางการแพทย์ จึงได้ดำเนินการอนุมัติและจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันแต่ละรายในอัตรา 100,000 บาทต่อราย โดยเมื่อรวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดที่บริษัทได้จ่ายไปแล้ว พบว่ามีมูลค่ารวมกันมากกว่า 300,000 บาท ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก รูปแบบการดำเนินการของขบวนการ “ป่วยทิพย์” ต่อมาเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันภัยได้ทำการตรวจสอบเอกสารต่างๆ … Read more

หนุ่มวัย 23 ปี บุกทำร้ายแฟนสาววัย 19 ปี ต่อหน้าญาติ พร้อมขู่จะยิงให้หมดโม่ ตำรวจเร่งติดตามตัวดำเนินคดี

จากภาพที่บันทึกได้จากกล้องวงจรปิดหน้าร้านค้าซึ่งตั้งอยู่หน้าหอพักแห่งหนึ่งในอำเภอวังน้อย แสดงให้เห็นว่า หญิงสาววัย 19 ปี ได้ขี่รถจักรยานยนต์พร้อมกับย่าของเธอมาจอดหน้าร้าน เพื่อขอความช่วยเหลือหลังจากที่ถูกแฟนหนุ่มวัย 23 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ตามติดมาอย่างใกล้ชิด ในท่าทีที่ดูเหมือนจะไม่ยอมให้เธอหนีไปจากที่นั่น ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า หลังจากที่ชายหนุ่มจอดรถข้างๆ รถของหญิงสาว เขาได้ลงจากรถและเริ่มด่าทอหญิงสาวด้วยเสียงที่ดังจนคนรอบข้างได้ยิน จากนั้นเขาได้ทำท่าทางเดินไปที่รถจักรยานยนต์ของตนเอง พยายามเปิดเบาะรถเหมือนกำลังจะหยิบของบางอย่างออกมา ซึ่งภายหลังทราบว่าเป็นการข่มขู่ว่ามีอาวุธปืน การกระทำของชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้หยุดเพียงแค่การข่มขู่ด้วยวาจา เขาได้ก้าวเข้าไปหาหญิงสาวและใช้กำปั้นต่อยเข้าที่ใบหน้าของเธอหนึ่งครั้งอย่างรุนแรง จากนั้นยังได้ต่อยเข้าที่บริเวณหลังอีกถึง 3 ครั้งติดต่อกัน ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้น แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามปราม เนื่องจากท่าทีของชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะพกพาอาวุธติดตัว คำให้การของเจ้าของหอพักผู้พบเห็นเหตุการณ์ นายชยาพล อายุ 34 ปี เจ้าของหอพักและร้านค้าที่เกิดเหตุ ได้ให้การเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ขณะนั้นตนอยู่ภายในร้าน และได้เห็นหญิงสาวพร้อมกับย่าขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดหน้าร้านของตน หญิงสาวได้พูดเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือว่า “ช่วยด้วย” แต่เธอไม่กล้าพูดเสียงดังเกินไป เพราะกลัวว่าแฟนหนุ่มที่กำลังตามมาจะได้ยิน นายชยาพลเล่าว่า เขาสังเกตเห็นว่าหญิงสาวอยู่ในสภาพที่หวาดกลัวอย่างมาก จึงตัดสินใจแอบสังเกตเหตุการณ์จากหน้าจอกล้องวงจรปิดภายในร้าน โดยไม่รีบออกไปข้างนอกทันที เนื่องจากเห็นว่าชายหนุ่มที่ตามมามีท่าทีลุกลี้ลุกลน ดูเหมือนจะมีอาวุธติดตัว จึงไม่กล้าเสี่ยงออกไปเผชิญหน้าโดยตรง เมื่อได้ยินชายหนุ่มข่มขู่ด้วยคำพูดที่น่ากลัวว่า “จะยิงให้หมดโม่” นายชยาพลตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ จึงรีบโทรศัพท์แจ้งความไปยังสถานีตำรวจภูธรวังน้อยทันที พร้อมกันนั้นยังได้โทรติดต่อไปยังพ่อของหญิงสาวให้รีบมาช่วยเหลือลูกสาว และแจ้งให้ทราบถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น หลังจากที่แจ้งความแล้ว นายชยาพลได้หยิบไม้เบสบอลออกมา … Read more

จับเยาวชน 45 คน ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกลางถนน ใช้อาวุธปืน-ระเบิดปิงปองปาใส่กัน

เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 6 ตุลาคม 2568 เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยาอย่างหนัก เมื่อกลุ่มเยาวชนวัยรุ่นจำนวนมากได้ขับขี่รถจักรยานยนต์รวมกันมากกว่า 40 คัน มาชุมนุมกันบริเวณสี่แยกวัดกษัตราธิราช ตำบลบ้านป้อม อำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างต่อเนื่อง โดยนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาวิเคราะห์ พร้อมทั้งลงพื้นที่เพื่อสอบถามพยานและรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม จนกระทั่งในเวลา 00.30 น.ของวันที่ 8 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ได้ทั้งหมด 45 รายเข้ามาดำเนินคดี เยาวชนที่ถูกควบคุมตัวทั้งหมดมีอายุระหว่าง 13-18 ปี ซึ่งถือเป็นวัยที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ยึดของกลางเป็นรถจักรยานยนต์จำนวน 12 คัน ที่ใช้ในการก่อเหตุครั้งนี้ด้วย การจับกุมในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ คำให้การของผู้ต้องสงสัยเปิดเผยรายละเอียดการทะเลาะวิวาท จากการสอบสวนเบื้องต้น นายฟลุ๊ค (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในเยาวชนที่ถูกควบคุมตัว ได้ให้การว่า ในคืนวันเกิดเหตุ ตนเองและกลุ่มเพื่อนซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นจากบริเวณวัดแม่นางปลื้ม ได้ขี่รถจักรยานยนต์หลายคันออกจากที่พักมุ่งหน้าไปยังอำเภอเสนา แต่เมื่อขับรถมาถึงบริเวณสะพานวัดกษัตราธิราช ซึ่งอยู่ฝั่งวัดลอดช่อง ได้พบเห็นกลุ่มวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่งกำลังขี่รถออกมาจากปากทางข้างหน้า เมื่อทั้งสองกลุ่มเผชิญหน้ากัน ได้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทขึ้นทันที โดยมีการใช้อาวุธปืนยิงใส่กัน และมีการขว้างระเบิดปิงปองใส่ฝ่ายตรงข้าม … Read more

หนุ่มวัย 45 ปีชวนสาวร้านเหล้าเข้ารีสอร์ตพัทยา ถูกแฟนหนุ่มบุกห้องพักต่อยเลือดอาบ

เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยาได้รับแจ้งเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หลังจากได้รับการแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รีบประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลเมืองพัทยาอย่างทันทีเพื่อเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงบริเวณรีสอร์ทและเข้าตรวจสอบภายในห้องพักหมายเลข 117 ก็พบกับภาพที่น่าตกใจ มีชายคนหนึ่งซึ่งต่อมาทราบชื่อว่านายเอ (นามสมมติ) อายุ 45 ปี กำลังนั่งอยู่ในสภาพที่ได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก โดยเฉพาะบริเวณศีรษะมีบาดแผลและมีเลือดไหลออกมาจำนวนมาก สภาพของผู้ประสบเหตุดูอ่อนแรงและต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน สภาพภายในห้องพักและการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น จากการตรวจสอบภายในห้องพักอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบร่องรอยของการทะเลาะวิวาทที่รุนแรง มีคราบเลือดกระจายอยู่บนเตียงนอนจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบคราบเลือดบริเวณหน้าห้องพักด้วย แสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงพอสมควร และอาจเกิดการต่อสู้หรือการทำร้ายร่างกายอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รีบให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่นายเอผู้ประสบเหตุทันที เพื่อห้ามเลือดและดูแลอาการบาดเจ็บเบื้องต้น ก่อนที่จะรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากบาดแผลบริเวณศีรษะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที การให้ปากคำของผู้ประสบเหตุ นายเอ ผู้ประสบเหตุได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ ตนได้ไปพบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งในพื้นที่พัทยาใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีร้านเหล้าและสถานบันเทิงอยู่มากมาย ระหว่างที่นั่งดื่มและพูดคุยกัน นายเอรู้สึกว่าตนกับหญิงสาวคนดังกล่าวคุยกันได้ถูกคอ มีความเข้าใจกันดี บรรยากาศในการพูดคุยเป็นไปอย่างราบรื่นและสนุกสนาน ด้วยความรู้สึกที่ดีต่อกันนี้ นายเอจึงได้ชักชวนหญิงสาวให้มานั่งดื่มต่อและพักผ่อนที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลหนองปรือ โดยมีเจตนาที่จะใช้เวลาร่วมกันในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น หญิงสาวก็ได้ตกลงไปด้วยโดยไม่มีการโต้แย้งแต่อย่างใด ทั้งสองจึงได้เดินทางมายังรีสอร์ทและเช็คอินเข้าพักในห้องหมายเลข 117 ความสงสัยเกี่ยวกับการติดต่อของหญิงสาว อย่างไรก็ตาม นายเอได้แสดงความสงสัยว่า ระหว่างที่ตนกับหญิงสาวอยู่ที่รีสอร์ทด้วยกัน ไม่ทราบว่าหญิงสาวได้แอบใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อไปหาแฟนหนุ่มของเธอหรือไม่ และได้บอกสถานที่ที่เธออยู่ให้แฟนหนุ่มทราบหรือไม่ เนื่องจากไม่นานหลังจากที่ทั้งสองเข้ามาในห้องพัก ก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น นายเอกล่าวว่า ตนไม่ได้สังเกตเห็นว่าหญิงสาวได้ใช้โทรศัพท์ติดต่อกับใครอย่างชัดเจน แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง ทำให้ตนเกิดความสงสัยว่าหญิงสาวอาจได้แจ้งข้อมูลให้แฟนหนุ่มของเธอทราบ … Read more

นายตำรวจชุดสืบสวนเสียชีวิตคาถนน ถูกสาวใหญ่เมาแล้วขับพุ่งชนลากไปกว่า 30 เมตร ผกก.เศร้าเผยเป็นตำรวจฝีมือดีของหน่วย

เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 18.30 น. ของวันที่ 6 ตุลาคม 2568 บริเวณรอยต่อเขตระหว่างหมู่บ้านทุ่งมอก หมู่ที่ 2 ตำบลเชียงบาน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา กับบ้านเนินสามัคคี หมู่ที่ 1 ตำบลอ่างทอง อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่มีการสัญจรไปมาของประชาชนอยู่เป็นประจำ ร้อยตำรวจโทอำพล พิสิฐ เถาวัลยา พนักงานสอบสวนร้อยเวร สถานีตำรวจภูธรเชียงคำ ได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีอุบัติเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น และได้รับรายงานว่าผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในหน่วยเดียวกัน ทำให้ต้องรีบรายงานเหตุการณ์ไปยัง พันตำรวจเอกถนัด ชุ่มมะโน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเชียงคำ ให้รับทราบเหตุการณ์ในทันที หลังจากนั้นทีมเจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจภูธรเชียงคำได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุพร้อมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิสยามรวมใจพะเยาสำนักงานใหญ่ อำเภอเชียงคำ รวมถึงแพทย์เวรจากโรงพยาบาลเชียงคำ เพื่อเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างเร่งด่วน สภาพที่เกิดเหตุและพาหนะที่เกี่ยวข้อง เมื่อทีมงานเข้าถึงจุดเกิดเหตุ พบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ทะเบียนจดทะเบียนในจังหวัดเชียงราย อยู่ในสภาพด้านหน้าซีกซ้ายของรถพังยับเยิน กระจกหน้ารถแตกกระจาย ฝากระโปรงรถบุบสลาย แสดงให้เห็นถึงแรงกระแทกที่รุนแรงมาก ภายในรถพบนางสาววิมลสิริ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นชาวอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย นั่งอยู่ในฐานะผู้ขับขี่ อยู่ในอาการมึนเมาสุราอย่างชัดเจน พูดจาไม่รู้เรื่อง … Read more

หนุ่มโคราชตกปลาลื่นไถลจมดับคลองสวาย ครอบครัวร่ำไรพบศพหมุนวนใต้ฝายตานูน

จังหวัดนครราชสีมา – บรรยากาศเศร้าสลดปกคลุมบริเวณฝายตานูน บ้านด่านกรงกราง ตำบลโนนไทย อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568 หลังจากทีมกู้ภัยค้นพบศพชายหนุ่มวัย 24 ปี ที่สูญหายไประหว่างออกไปตกปลาตามลำพัง จมหมุนวนอยู่ในร่องหลุมใต้น้ำห่างจากหน้าฝายประมาณ 50 เมตร ท่ามกลางน้ำตาของบิดามารดาที่โผเข้ากอดร่างลูกชายอย่างสุดเศร้า เหตุการณ์นี้เป็นกรณีจมน้ำเสียชีวิตรายที่ 3 ในจุดเดียวกัน สะท้อนความเสี่ยงอันตรายของแหล่งน้ำธรรมชาติในช่วงฤดูฝน และเป็นบทเรียนเตือนใจให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังเมื่อเข้าใกล้แหล่งน้ำ ออกตกปลาตามปกติ แต่กลับไม่เคยกลับบ้าน นายดนุพร คูณขุนทด อายุ 24 ปี อาศัยอยู่บ้านหมู่ที่ 6 ตำบลโนนไทย อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา เป็นชายหนุ่มที่มีงานอาชีพประจำและมีความชื่นชอบในการตกปลา โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติมากมาย เขามักจะนำเบ็ดรอกออกไปหาตกปลาตามแหล่งน้ำต่างๆ ในพื้นที่เป็นประจำ ในวันที่ 5 ตุลาคม 2568 นายดนุพรได้ออกจากบ้านไปยังฝายตานูน บ้านด่านกรงกราง ซึ่งเป็นจุดที่เขาคุ้นเคยและเคยมาตกปลาบ่อยครั้ง การเดินทางครั้งนี้เป็นไปตามปกติในช่วงเย็น ด้วยความมุ่งหวังที่จะได้ปลาสดกลับไปประกอบอาหารให้ครอบครัว แต่เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงค่ำคืน นายดนุพรกลับไม่เห็นกลับบ้านตามปกติ ครอบครัวและญาติพี่น้องเริ่มเกิดความวิตกกังวล เนื่องจากปกติแล้วหากออกไปตกปลา นายดนุพรจะกลับบ้านก่อนมืด หรือหากจะกลับช้าก็จะโทรศัพท์แจ้งให้ทราบล่วงหน้า … Read more