หนุ่มอังกฤษถูกหวย 40 ล้าน ลาออกจากงานไปใช้ชีวิตคนรวย สุดท้ายป่วยหนักจนเสียใจ อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม

เรื่องราวของชายชาวอังกฤษคนหนึ่งที่เคยถูกรางวัลลอตเตอรี่จนกลายเป็นเศรษฐีใหม่ แต่กลับพบว่าความสุขที่มาพร้อมกับเงินก้อนโตไม่ได้ยั่งยืน เมื่อโชคชะตาเล่นตลกทำให้เขาป่วยหนักและตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตธรรมดาที่เคยมี จนถึงขั้นเอ่ยปากว่า “อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม” ชีวิตเปลี่ยนในพริบตา จากคนขับรถโฟร์คลิฟต์สู่เศรษฐี 40 ล้าน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคมปี 2568 เมื่ออดัม โลเปซ (Adam Lopez) ชายวัย 39 ปี ชาวหมู่บ้านแมททิชอล (Mattishall) ในเคาน์ตีนอร์ฟอล์ก ประเทศอังกฤษ ซึ่งทำงานเป็นคนขับรถโฟร์คลิฟต์ในโรงงานแห่งหนึ่ง ใช้ชีวิตเรียบง่ายและรายได้เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตจะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือในชั่วข้ามคืน วันหนึ่งเขาแวะร้านสะดวกซื้อใกล้บ้านและซื้อสลากขูดราคาเพียง 5 ปอนด์ หรือประมาณ 205 บาทแบบไม่ได้ตั้งใจ ทว่าเมื่อขูดผลออกมา เขากลับพบว่าตัวเองคือผู้โชคดีที่ถูกรางวัลใหญ่ 1 ล้านปอนด์ หรือราว 40.96 ล้านบาทไทย ขณะที่ก่อนหน้านั้นบัญชีของเขามีเงินเหลือเพียง 12.4 ปอนด์ หรือราว 508 บาทเท่านั้น โลเปซกล่าวอย่างไม่อยากเชื่อว่า “ผมไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นกับผม มันเหมือนฝันที่เป็นจริง!” ลาออกจากงาน ซื้อรถหรู เที่ยวรอบโลก ใช้ชีวิตในฝัน หลังตั้งสติได้ โลเปซตัดสินใจลาออกจากงานที่ทำมาหลายปีทันที เขาแบ่งเงินรางวัลออกเป็นสามส่วน ส่วนหนึ่งเก็บไว้เพื่ออนาคต … Read more

ตำรวจระดมกำลังกว่า 100 นาย ปิดล้อมป่า 18 ไร่ ล่าหนุ่มบุกยิงแฟนสาวดับกลางตลาดเพชรบุรี

เหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวเมืองเพชรบุรีเกิดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 4 ตุลาคม 2568 เมื่อนายทวีชัย หรือที่รู้จักกันในนาม “นิก” อายุ 31 ปี ได้บุกเข้าไปในบริเวณตลาดหนองบ้วย อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี และใช้อาวุธปืนยิงหญิงสาววัย 27 ปี ซึ่งเป็นอดีตแฟนสาวของเขา จนเสียชีวิตคาแผงขายผักกลางตลาด เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกลางวันแสกๆ ท่ามกลางผู้คนจำนวนมากที่กำลังมาซื้อของในตลาด ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างตกใจและหนีกระเจิงไปตามทิศทาง บางรายบาดเจ็บจากการวิ่งหนี ทั้งหมดนี้สร้างความหวาดกลัวและความตื่นตระหนกให้กับชุมชนเป็นอย่างมาก หลังจากก่อเหตุ นายทวีชัยได้หลบหนีออกจากที่เกิดเหตุทันที โดยใช้รถจักรยานยนต์หลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึง การติดตามสืบสวนและได้รับพิกัดผู้ต้องหา หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรท่ายางได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและเริ่มดำเนินการติดตามตัวผู้ต้องหาอย่างเข้มข้น โดยได้ประสานงานกับหน่วยงานตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียงและชุดสืบสวนพิเศษเข้าร่วมดำเนินการ ด้วยการทำงานอย่างหนักของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทางลับ ในที่สุดก็ได้รับข้อมูลที่มีน้ำหนักว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีเข้าไปซ่อนตัวในพื้นที่ป่ายูคาลิปตัสในเขตตำบลเขาใหญ่ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุไม่มากนัก นอกจากนี้ยังมีพยานบุคคลที่อ้างว่าได้พบเห็นนายทวีชัยในบริเวณดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่มีความเชื่อมั่นว่าผู้ต้องหาน่าจะหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่นี้จริง ข้อมูลดังกล่าวตรงกับการสืบสวนทางลับที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ดำเนินการติดตามมาอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ได้วิเคราะห์เส้นทางการหลบหนี พฤติกรรม และความสัมพันธ์ของผู้ต้องหากับบุคคลในพื้นที่ต่างๆ จนสามารถจำกัดวงล้อมให้แคบลงได้ ระดมกำลังปิดล้อมค้นหาตัว เมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 5 ตุลาคม 2568 พันตำรวจเอกชัชชน นราวุฒิพร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งรักษาการในตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่ายาง ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหลายหน่วยงาน … Read more

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ยืนคำพิพากษายกฟ้อง “จตุรงค์ จงอาษา” ในคดีหมิ่นประมาท “หลวงพี่น้ำฝน” กรณีวิจารณ์พิธี “ลงนะหน้าทอง” ชี้เป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ได้มีคำพิพากษาที่สร้างความสนใจอย่างมากในวงการศาสนาและสังคมไทย โดยศาลได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ยกฟ้องนายจตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการด้านศาสนาและอดีตพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียง ในคดีที่ถูกฟ้องร้องในข้อหาหมิ่นประมาทและดูหมิ่นด้วยการโฆษณา กรณีที่ได้เข้าร่วมรายการโทรทัศน์ “โหนกระแส” เพื่อวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นการทำพิธี “ลงนะหน้าทอง” ของพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือที่รู้จักกันในนาม “หลวงพี่น้ำฝน” เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม คำพิพากษาครั้งนี้มีนัยสำคัญต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการวิพากษ์วิจารณ์ทางศาสนา โดยเฉพาะในยุคที่สังคมไทยกำลังตั้งคำถามต่อบทบาทและการปฏิบัติของพระสงฆ์ในหลายประเด็น ศาลได้วินิจฉัยว่าการวิพากษ์วิจารณ์ของจำเลยเป็นการ “ติชมด้วยความเป็นธรรม” ที่อยู่ในกรอบของกฎหมาย และเป็นสิทธิที่นักวิชาการด้านศาสนาสามารถกระทำได้ ที่มาของคดีและข้อกล่าวหา คดีนี้มีต้นเหตุมาจากการที่พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (คมน์กฤตย์ กิตติจิตโต) หรือหลวงพี่น้ำฝน ในฐานะเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ได้ยื่นฟ้องนายจตุรงค์ จงอาษา พร้อมด้วยบุคคลอื่นอีก 9 ราย รวมเป็น 10 ราย ในข้อหาหมิ่นประมาทและดูหมิ่นด้วยการโฆษณา ต่อศาลจังหวัดนครปฐม ตามฟ้องระบุว่า เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2566 เวลากลางวัน จำเลยทั้ง 10 รายได้ร่วมกันดูหมิ่นและหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์โดยการโฆษณา โดยจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 (ซึ่งหนึ่งในนั้นคือนายจตุรงค์ จงอาษา) … Read more

ตำรวจโชคชัยรวบหนุ่มวัย 17 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนชิงทรัพย์ผู้เสียหายต่อเนื่อง 2 ครั้งในคืนเดียว

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณกลางซอยโชคชัย 4 ซอย 54 และบริเวณถนนสุคนธสวัสดิ์ หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา 2 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากผู้เสียหายว่ามีชายคนหนึ่งใช้อาวุธมีดคุกคามและชิงทรัพย์เป็นกระเป๋าที่ภายในมีโทรศัพท์มือถือและกุญแจบ้าน หลังจากก่อเหตุสำเร็จ คนร้ายได้หลบหนีมุ่งหน้าไปทางถนนลาดพร้าว 71 ด้วยรถจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลโชคชัยได้เริ่มดำเนินการติดตามคนร้ายทันทีโดยใช้ระบบจีพีเอสของโทรศัพท์มือถือที่ถูกชิงไป ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถตรวจสอบตำแหน่งของอุปกรณ์ได้แบบเรียลไทม์ การใช้เทคโนโลยีนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญในการสืบสวนและติดตามผู้กระทำความผิดในยุคปัจจุบัน เส้นทางหลบหนีและการก่อเหตุครั้งที่สอง จากการติดตามสัญญาณจีพีเอส พบว่าผู้ต้องหาได้ใช้เส้นทางถนนนาคนิวาส มุ่งหน้าไปยังถนนสุคนธสวัสดิ์ และที่น่าตกใจคือระหว่างการหลบหนี ผู้ต้องหาได้กล้าก่อเหตุชิงทรัพย์อีกครั้งบริเวณถนนสุคนธสวัสดิ์ ทำให้มีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งราย พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความกล้าหาญที่บุ่มบ่ามและความไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายของผู้กระทำความผิด หลังจากก่อเหตุครั้งที่สอง เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงติดตามสัญญาณจีพีเอสต่อเนื่อง จนพบว่าสัญญาณเคลื่อนที่ไปยังบริเวณร้านโชคอนันต์มอเตอร์ สาขาสุขาภิบาล 5 แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร แล้วสัญญาณได้สูญหายไปเป็นระยะเวลาหนึ่ง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรอติดตามสัญญาณอย่างใจจดใจจ่อ การจับกุมที่ประสบความสำเร็จ หลังจากที่สัญญาณหายไประยะหนึ่ง ในที่สุดตำแหน่งก็กลับมาปรากฏอีกครั้งบริเวณกลางซอยโชคชัย 4 ซอย 49 แยก 7 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปตรวจสอบทันทีโดยไม่ชักช้า จากการสืบสวนและตรวจค้นบริเวณดังกล่าว พบอาคาร 2 ชั้น และเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณชั้นล่างหน้าห้องที่ 1 พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ ที่ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียนจอดอยู่ ซึ่งตรงกับรถที่ใช้ในการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกบุคคลที่อยู่ในห้องออกมา ปรากฏว่าเป็นนายเอ … Read more

พ่อเลี้ยงโหดทำร้ายลูกเลี้ยงวัย 3 ขวบ จนกระดูกหัก อ้างเมาสุราและหงุดหงิดเด็กร้องไห้

พลตำรวจตรี พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ได้สั่งการให้พันตำรวจเอก อภิชาติ เรนชนะ ผู้กำกับการกองบังคับการ 3 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วย พันตำรวจตรี พร้อมคุณ ทองบัว สารวัตรสอบสวนกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี 4 ดำเนินการจับกุมนายสุริยา อายุ 25 ปี ตามหมายจับที่ศาลจังหวัดจันทบุรีออกในข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส” โดยจับกุมได้ที่บริเวณถนนหน้าศาลหลักเมืองจันทบุรี ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ประวัติความรุนแรงที่สะสมมานาน จากการสอบสวนพบว่า นายสุริยาเป็นพ่อเลี้ยงของเด็กชายที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นบุตรของนางสาวแอน (นามสมมุติ) จากการแต่งงานครั้งก่อน โดยนายสุริยาได้เข้ามาใช้ชีวิตร่วมกันกับนางสาวแอนในฐานะสามีภรรยา และได้อาศัยอยู่ในครอบครัวเดียวกันกับเด็กชายที่เป็นลูกเลี้ยง อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่อยู่ร่วมกัน นายสุริยามีพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความรุนแรงต่อเด็กชายอย่างต่อเนื่อง โดยมักจะใช้กำลังทุบตีและทำร้ายร่างกายเด็กเป็นประจำ สาเหตุที่นายสุริยาอ้างก็คือ เด็กมีพฤติกรรมร้องไห้งอแงบ่อยครั้ง ซึ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดและไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ แม้ว่านางสาวแอนจะรับรู้ถึงเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับลูกชาย แต่ด้วยความกลัวและไม่อยากให้เกิดปัญหาในครอบครัว เธอจึงเลือกที่จะนิ่งเงียบและไม่ได้นำเรื่องไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด การนิ่งเงียบครั้งนี้กลับกลายเป็นว่าทำให้นายสุริยามีพฤติกรรมรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็นำไปสู่เหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในครั้งนี้ เหตุการณ์ครั้งสุดท้ายที่รุนแรงเกินขอบเขต เหตุการณ์ที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงเดือนกันยายน พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนหน้าการจับกุมไม่นาน ในวันนั้น นายสุริยาได้ลงมือทำร้ายร่างกายเด็กชายอีกครั้ง … Read more

เจ้าของร้านเป็ดย่างปราจีนฯ น้ำตาคลอ เมื่อชายยากไร้กราบขอข้าวช่วยภรรยาป่วย หวนคิดถึงวันลำบากในอดีต

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 09.40 น. ที่ร้าน “สถานีเป็ดย่างเกลือโค้งวัดป่าทรงคุณ” ตำบลดองพระราม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี นายสมบัติ ภูผาผิว เจ้าของร้านและเจ้าของคลิปที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด ขณะที่เขากำลังเตรียมวัตถุดิบสำหรับการทำอาหารในช่วงเช้า นายสมบัติสังเกตเห็นรถเก็บของเก่าจอดหน้าร้าน จากนั้นไม่นานชายรายหนึ่งสวมกางเกงขาสั้นและเสื้อแขนสั้นสีดำ เดินเข้ามาหาตน ในตอนแรกเขาคิดว่าอาจเป็นลูกค้าทั่วไปหรือเจ้าของรถที่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้เขาประหลาดใจอย่างมาก ชายคนนั้นเดินเข้ามาแจ้งความประสงค์ด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความลำบาก “ผมขอข้าวทานหน่อยครับ มีเงินติดตัวแค่ 2 บาท เมียผมป่วยนั่งอยู่ในรถ ไม่มีเงินซื้อข้าวกิน” ความเมตตาจากใจที่เคยผ่านความทุกข์ ในช่วงเวลานั้น ร้านของนายสมบัติยังไม่ได้เปิดอย่างเต็มรูปแบบ เป็ดย่างยังไม่สุก สิ่งที่มีอยู่ในร้านขณะนั้นคือข้าวเหนียวที่เขานึ่งเตรียมไว้นำไปขายยังจุดอื่น และเป็ดฝอยที่เตรียมไว้ให้ลูกค้าชิม โดยไม่ลังเลเลย นายสมบัติจึงห่ออาหารที่มีให้พร้อมกับข้าวเหนียวอีก 2 ห่อและน้ำดื่ม จังหวะเดียวกัน แฟนของเขากลับมาจากตลาดพร้อมขนมที่ซื้อมา นายสมบัติจึงแบ่งขนมใส่ถุงเพิ่มเติม แล้วเดินไปมอบให้ชายคนนั้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาทำให้เขารู้สึกจุกอกอย่างที่ไม่เคยคาดคิด “พอผมเดินไปถึงแล้ว เขาก็ก้มลงกราบผม ทำให้ผมรู้สึกจุกอกและรีบประคองเขาขึ้น” นายสมบัติเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “ผมรู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก เพราะชีวิตผมเคยเป็นแบบนี้มาก่อน” บทเรียนชีวิตจากความทุกข์ยากในอดีต นายสมบัติเล่าถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากในอดีตของตนเองด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ “ผมกับแฟนเคยไม่มีกินมาก่อน อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมที่น้ำไฟโดนตัดหมด … Read more

หลานนักการเมืองดังภาคใต้มอบตัว คดีแทงหนุ่มใหม่ของแฟนเก่า อ้างบันดาลโทสะ ตำรวจคัดค้านประกัน

เหตุการณ์นองเลือดครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 23.15 น. ที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งในย่านตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โดยผู้เสียหายคือนายกรรณตวีย์ อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช กำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่กับหญิงสาวซึ่งเป็นอดีตแฟนของผู้ต้องหา ตามที่สืบสวนได้ นายธีรยุทธได้เดินทางมาถึงร้านเหล้าและเกิดเหตุไม่พอใจเมื่อเห็นอดีตแฟนสาวของตนนั่งดื่มกับชายหนุ่มคนใหม่ ก่อนที่จะเกิดการทะเลาะวิวาทขึ้น และในที่สุดนายธีรยุทธได้ใช้อาวุธมีดพกสั้นแทงนายกรรณตวีย์ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากก่อเหตุแล้ว ผู้ต้องหาได้รีบขับรถยนต์ยี่ห้อ BMW หลบหนีจากที่เกิดเหตุ และไปจอดทิ้งรถไว้ที่บริเวณพูนผลไนท์พลาซ่า อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ก่อนที่จะหายตัวไป การดำเนินคดีและการติดตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลเมืองภูเก็ตได้เร่งดำเนินการสืบสวนคคดีทันที โดยได้ติดตามและตรวจยึดรถยนต์ BMW ที่ผู้ต้องหาใช้ในการหลบหนีมาไว้ที่สถานีตำรวจ พร้อมทั้งชุดสืบสวนได้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุและยื่นคำร้องขออนุมัติศาลออกหมายจับ ศาลจังหวัดภูเก็ตได้อนุมัติออกหมายจับหมายเลข 952/2568 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2568 ในข้อหา “พยายามฆ่าผู้อื่น” และ “พกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร” การมอบตัวและการให้การ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2568 เวลา 11.45 น. … Read more

เปิดปมทุจริต! “สีกายุ” มอบหลักฐาน “บิ๊กเต่า” เผยพระคึกฤทธิ์นำเงินวัดลงทุนกองทุนเกือบ 2 แสนยูโร

ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาย (บช.ก.) บรรยากาศเครียดตึงเมื่อคณะผู้แจ้งความนำโดยนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม นางกัญญาภัค ชไนเดอร์ (สีกายุ) น.ส.พัณณ์ชิตา ไชยเดช (ทนายฟ้าใส) และดร.ณัฐนันท์ สุดประเสริฐ นักกฎหมาย ได้เข้าพบพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และเจ้าหน้าที่ บก.ปปป. การพบปะครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่คณะผู้แจ้งความเดินทางกลับจากประเทศเยอรมนีและได้รวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีที่เคยร้องขอให้ตำรวจตรวจสอบพฤติกรรมของพระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง ในข้อหาทุจริตยักยอกเงินของวัดไปใช้โดยมิชอบ เส้นทางแห่งความศรัทธาที่ผิดหวัง สีกายุเล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความศรัทธาแต่กลายเป็นความผิดหวังอย่างสุดซึ้ง เธอเล่าว่า “ตอนแรกรู้จักพระคึกฤทธิ์ผ่านรายการโทรทัศน์ รู้สึกเคารพศรัทธาเพราะเห็นว่าท่านเทศนาธรรมได้ดี เมื่อมีโอกาสติดต่อพูดคุยทางธรรม จึงได้เกิดความคิดที่จะนิมนต์พระไปยุโรปเมื่อปี 2016” การเดินทางครั้งนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแผ่พุทธวจนแก่ชาวยุโรป โดยสีกายุเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ระหว่างการพำนักที่ยุโรป พระคึกฤทธิ์ได้เห็นถึงความศรัทธาของชาวยุโรปที่มีต่อพระพุทธศาสนา จึงทำให้สีกายุแนะนำว่าหากต้องการดำเนินกิจกรรมทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง ควรจะจัดตั้งองค์กรขึ้น เมื่อพระคึกฤทธิ์แสดงความสนใจ สีกายุจึงได้ดำเนินการจัดตั้งสมาคมขึ้นตามที่ขอร้อง แต่ความผิดหวังเริ่มต้นขึ้นเมื่อพฤติกรรมต่างๆ ของพระคึกฤทธิ์เริ่มส่อไปในทางที่ไม่โปร่งใส สัญญาณเตือนแรกของความไม่โปร่งใส ปัญหาแรกที่ทำให้สีกายุเริ่มสงสัยคือเรื่องใบปวารณา พระคึกฤทธิ์ไม่ยอมให้ออกใบปวารณาให้แก่ผู้บริจาค ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติปกติที่ควรมีในการรับบริจาคทางศาสนา พฤติกรรมนี้ทำให้เธอเริ่มรู้สึกเอะใจและตั้งคำถาม ความสงสัยยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อสีกายุทราบภายหลังว่า พระคึกฤทธิ์ได้โกหกเกี่ยวกับที่มาของเงิน โดยอ้างว่าเป็นเงินของพี่สาว ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นเงินของวัด พฤติกรรมนี้สะท้อนให้เห็นถึงเจตนาในการปิดบังที่มาที่ไปของเงิน ทำให้สีกายุตัดสินใจไม่ต่ออายุวีซาให้พระคึกฤทธิ์ ก่อนที่ความสัมพันธ์จะแตกหักลง เมื่อผู้กล่าวหากลายเป็นผู้ถูกกล่าวหา สถานการณ์กลับตาลปัตรเมื่อสีกายุถูกทางการเยอรมันดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงินและยักยอกเงิน … Read more

เศรษฐีใหม่โผล่กรุงเก่า! ชาววังน้ำเขียวถูกหวยรางวัลที่ 1 ได้เงิน 12 ล้านบาท งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2568

อยุธยา – โชคใหญ่ส่องแสงในกรุงเก่าเมื่อชาววังน้ำเขียวคนหนึ่งกลายเป็นเศรษฐีใหม่ในชั่วข้ามคืน หลังจากถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบ ได้เงินรางวัลรวม 12 ล้านบาท จากการออกรางวัลงวดประจำวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ประกาศผลรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดล่าสุด เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 กองสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ประกาศผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 1 ตุลาคม 2568 อย่างเป็นทางการ โดยรางวัลที่ 1 ออกหมายเลข 876978 มูลค่ารางวัล 6 ล้านบาทต่อใบ ขณะที่รางวัลเลขท้าย 2 ตัวออกหมายเลข 77 มูลค่ารางวัล 2,000 บาทต่อใบ การออกรางวัลในครั้งนี้ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ถือสลากหมายเลข 876978 ซึ่งกลายเป็นเลขมงคลที่เปลี่ยนชีวิตของหลายคนในวันเดียว ความดีใจจากชุมชนวังน้ำเขียว ภายหลังการประกาศผลรางวัล เฟซบุ๊กเพจ “ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว” ได้โพสต์ข้อความแสดงความยินดีกับผู้โชคดีที่เป็นชาวบ้านในพื้นที่ โดยระบุข้อความว่า “ดีใจกับคนวังน้ำเขียว ทำงานที่อยุธยา ได้ 12 ล้านจ้า” โพสต์ดังกล่าวได้แนบภาพถ่ายใบลอตเตอรี่จำนวน … Read more

รังสิมันต์ โรม เปิดโปงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติขนาดใหญ่ โยงการเมืองไทย-กัมพูชา ผ่านตัวกลาง “เบน สมิธ”

นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ได้จุดชนวนระเบิดทางการเมืองครั้งใหญ่ ด้วยการเปิดโปงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติขนาดใหญ่ที่มีศูนย์กลางในประเทศกัมพูชา พร้อมชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่น่าสงสัยกับนักการเมืองระดับสูงของไทย การเปิดเผยครั้งนี้ไม่เพียงแต่เผยให้เห็นถึงขนาดและความซับซ้อนของขบวนการอาชญากรรมไซเบอร์และการฟอกเงินในภูมิภาค แต่ยังเป็นการเปิดฉากให้เห็นถึงการแทรกซึมของอิทธิพลสีเทาที่อาจกำลังขยายเข้ามาในประเทศไทย เครือข่ายอาชญากรรมสีเทา มูลค่าพุ่งทะลุ 60% ของ GDP กัมพูชา ตามข้อมูลที่นายรังสิมันต์เปิดเผย เครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชาได้เติบโตจนกลายเป็นกลไกเศรษฐกิจใต้ดินที่ทรงอิทธิพลอย่างน่าตกใจ โดยรายได้จากขบวนการเหล่านี้มีมูลค่าสูงถึง 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของกัมพูชา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงขนาดของปัญหาที่ไม่ใช่เพียงแค่อาชญากรรมทั่วไป แต่เป็นระบบเศรษฐกิจขนานที่ขับเคลื่อนด้วยกิจกรรมผิดกฎหมาย เครือข่ายนี้มีฐานปฏิบัติการมากกว่า 53 แห่งทั่วประเทศกัมพูชา โดยส่วนใหญ่เลือกตั้งอยู่ตามแนวชายแดนไทย เพื่อใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่จำเป็นต่อการดำเนินงาน อาทิ ระบบไฟฟ้าที่เสถียร อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และสินค้าอุปโภคบริโภคจากฝั่งไทย การเลือกที่ตั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานของไทย แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงแผนการที่จะขยายการดำเนินงานเข้ามาในประเทศไทยในอนาคต บิ๊กเนมในเครือข่าย ผู้ทรงอิทธิพลและนักการเงินสีเทา เครือข่ายอาชญากรรมนี้ไม่ใช่การดำเนินงานของกลุ่มอาชญากรรมธรรมดา แต่เป็นองค์กรที่มีการจัดระเบียบอย่างเป็นระบบ และได้รับการคุ้มครองจากผู้ทรงอิทธิพลหลายระดับ โดยมีตัวละครหลักที่สำคัญดังนี้ ก๊ก อาน หรือที่รู้จักในนาม “ราชาแห่งปอยเปต” ซึ่งดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาของกัมพูชา ถือเป็นหัวขบวนคนสำคัญของแก๊งสแกมเมอร์ที่มีอิทธิพลมากที่สุด ขณะนี้ได้ถูกออกหมายจับในคดีอาชญากรรมข้ามชาติ แต่ยังคงสามารถหลบหนีจากการจับกุมได้ ลี ยง พัด หรือ “เสี่ยพัด” ผู้ก่อตั้งกลุ่ม … Read more