แคนาดาประกาศพร้อมหวนเจรจาการค้าสหรัฐอีกครั้ง หลังถอนโฆษณาต้านภาษีศุลกากรที่ใช้ภาพเรแกน ซึ่งเป็นสาเหตุให้ทรัมป์โกรธและยกเลิกการเจรจา

นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ แห่งแคนาดาได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าประเทศแคนาดายังคงพร้อมที่จะกลับมานั่งโต๊ะเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกาอีกครั้งหนึ่ง ภายหลังจากที่ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกันยาวที่สุดในโลกได้ตกอยู่ในภาวะตึงเครียดอย่างหนัก จนทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกาต้องประกาศยกเลิกการเจรจาการค้าทั้งหมดกับแคนาดา สาเหตุหลักของวิกฤตการณ์ครั้งนี้มาจากโฆษณาชิ้นหนึ่งของรัฐบาลรัฐออนแทริโอที่นำเสนอเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐ โดยใช้คำกล่าวของอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน จากพรรครีพับลิกันเป็นเครื่องมือในการโจมตี ซึ่งได้จุดชนวนให้เกิดความขัดแย้งทางการทูตที่รุนแรงระหว่างสองประเทศ การรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์และบีบีซีระบุว่า วิกฤตการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างแคนาดาและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นคู่ค้าที่สำคัญที่สุดต่อกันมาอย่างยาวนาน การที่แคนาดาต้องออกมาประกาศความพร้อมในการเจรจาใหม่ ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่แตกร้าว เพื่อคลี่คลายปัญหาการค้าที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งสองฝ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้นตอของวิกฤต โฆษณาที่จุดประกายความขัดแย้ง แกนหลักของความขัดแย้งครั้งนี้มาจากโฆษณาของรัฐบาลรัฐออนแทริโอ ซึ่งเป็นมณฑลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจสูงสุดของแคนาดา โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ โฆษณาดังกล่าวได้นำเสนอคลิปเสียงจากการกล่าวสุนทรพจน์ของอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน เมื่อปี 1987 ซึ่งเรแกนได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับภาษีศุลกากรว่า “เมื่อมีผู้นำเสนอนโยบายการจัดเก็บภาษีศุลกากรแก่สินค้านำเข้าจากต่างประเทศ มันดูเหมือนว่าเป็นการดำเนินนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อชาติ ด้วยการปกป้องสินค้าและอาชีพของชาวอเมริกัน แต่ในความเป็นจริง วิธีการนี้อาจได้ผลเพียงระยะสั้นเท่านั้น” เรแกนได้เตือนต่อไปว่า “กำแพงภาษีจะส่งผลกระทบต่อชาวอเมริกันและผู้บริโภคทุกคนในระยะยาว มันจะนำไปสู่สงครามการค้าที่รุนแรง ทำให้ตลาดการค้าหดตัวและล้มสลาย ธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ จะต้องปิดกิจการ ผู้คนหลายล้านคนจะตกงานและสูญเสียรายได้” คำกล่าวนี้ถูกนำมาใช้ในโฆษณาของรัฐออนแทริโอเพื่อวิพากษ์วิจารณ์นโยบายภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งรัฐบาลแคนาดามองว่าเป็นการสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ปฏิกิริยารุนแรงจากทรัมป์และมูลนิธิเรแกน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อโฆษณาดังกล่าว และได้ออกมาประกาศในช่วงเย็นของวันที่ 23 ตุลาคม 2568 ว่าโฆษณานี้มีเนื้อหาที่บิดเบือนข้อเท็จจริง และเป็นการดูหมิ่นต่อมรดกทางการเมืองของอดีตประธานาธิบดีเรแกน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของพรรครีพับลิกัน ทรัมป์จึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะยกเลิกการเจรจาการค้าทั้งหมดกับแคนาดา โดยไม่ให้โอกาสในการชี้แจงหรือแก้ไขสถานการณ์ใดๆ นอกจากนี้ … Read more

เหตุระเบิดแก๊สกลางตลาด ไฟไหม้รุนแรงวอดทั้งแถว 6 ร้าน พนักงานสาวบาดเจ็บหนีตาย

ในเวลาประมาณ 07.00 น. ของวันที่ 20 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรบางปู จังหวัดสมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นภายในตลาดนัดซอยแพรกษา 10 จากประชาชนที่พบเห็นเหตุการณ์ โดยมีรายงานว่ามีเสียงระเบิดดังสนั่นและมีเปลวไฟลุกโพลงขึ้นอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานงานไปยังหน่วยดับเพลิงของเทศบาลเมืองแพรกษาเพื่อขอกำลังเสริมอย่างเร่งด่วน ภายในเวลาไม่กี่นาที หน่วยดับเพลิงและกู้ภัยจากหลายหน่วยงานได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ พร้อมอุปกรณ์ดับเพลิงครบครัน รถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองแพรกษาพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนได้เข้าระงับเหตุทันที ณ จุดเกิดเหตุ บริเวณนั้นเต็มไปด้วยควันหนาทึบและเปลวไฟที่กำลังลุกโพลงอย่างรุนแรง สภาพที่เกิดเหตุและความเสียหายที่เกิดขึ้น บริเวณที่เกิดเหตุเป็นแถวร้านค้าชั้นเดียวที่สร้างติดกันเป็นแนวยาว ประกอบด้วยร้านค้าหลายล็อก มีโครงสร้างเป็นอาคารไม้และสังกะสีผสมผสานกัน ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของตลาดนัดในพื้นที่ชุมชน จากการตรวจสอบพบว่าต้นเพลิงเกิดขึ้นบริเวณร้านราดหน้า ซึ่งเป็นร้านอาหารที่ให้บริการขายก๋วยเตี๋ยวราดหน้าและอาหารตามสั่ง ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่ เปลวไฟกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงและได้ลุกลามไปยังร้านค้าข้างเคียงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากโครงสร้างของอาคารเป็นวัสดุที่ติดไฟได้ง่าย ประกอบกับร้านค้าแต่ละล็อกอยู่ติดกันแน่น ทำให้เพลิงสามารถลุกลามได้อย่างรวดเร็ว บรรยากาศบริเวณนั้นมีกลุ่มควันหนาทึบสีดำปกคลุมพื้นที่ ลอยพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงนับสิบเมตร สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล ทำให้ผู้คนในชุมชนตื่นตระหนกและรีบออกมาจากพื้นที่อย่างเร่งรีบ การควบคุมเพลิงและระยะเวลาในการดับเพลิง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ระดมกำลังและอุปกรณ์เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเต็มที่ โดยใช้รถดับเพลิงหลายคันพร้อมวางท่อฉีดน้ำจากหลายจุด เพื่อสกัดและควบคุมเปลวไฟไม่ให้ลุกลามขยายวงกว้างออกไปมากกว่านี้ การปฏิบัติงานในครั้งนี้มีความท้าทายสูง เนื่องจากเปลวไฟที่รุนแรงและพื้นที่แคบที่ทำให้การเข้าถึงมีความยากลำบาก นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเรื่องถังแก๊สหุงต้มที่อาจมีอยู่ภายในร้านอาหารและร้านค้าอื่นๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการระเบิดซ้ำได้ เจ้าหน้าที่จึงต้องระมัดระวังและใช้ความชำนาญในการดับเพลิงอย่างเต็มที่ ใช้เวลาในการควบคุมสถานการณ์กว่า 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ และสามารถดับเพลิงได้โดยสมบูรณ์ในเวลาต่อมา จากการตรวจสอบเบื้องต้นหลังจากที่ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว พบว่ามีร้านค้าได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ทั้งหมด 6 ล็อก … Read more

จับแล้ว! หนุ่มวัย 47 ฆ่าโหดค้อนทุบตาวัย 84 ปี พ่อส.อบต.สาวดับคาเปลที่บ้าน

เหตุการณ์ที่สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2568 ที่บ้านเลขที่ 136 หมู่ที่ 3 ตำบลวังคัน อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยเริ่มต้นเมื่อนางสาวดวงพร พุ่มจำปา อายุ 46 ปี ซึ่งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวังคัน ได้กลับจากที่ทำงานในช่วงเย็นตามปกติ เมื่อก้าวเข้าสู่บ้าน นางสาวดวงพรเห็นภาพที่คุ้นเคย คือนายถวิล (ขอสงวนนามสกุล) บิดาผู้มีอายุ 84 ปี นอนอยู่บนเปลภายในบ้านเหมือนเช่นทุกวัน ในช่วงแรกเธอไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ จึงคิดว่าบิดากำลังพักผ่อนตามปกติ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อเห็นว่าบิดานอนนิ่งเกินปกติและไม่มีอาการเคลื่อนไหวใดๆ ความกังวลในใจทำให้นางสาวดวงพรเดินเข้าไปใกล้เพื่อเรียกบิดา แต่สิ่งที่เธอพบนั้นทำให้หญิงสาวต้องตกใจสุดขีด เมื่อพบว่านายถวิลนอนแน่นิ่งไร้ลมหายใจ และที่น่าสะเพรียดกลัวยิ่งกว่านั้น คือการพบบาดแผลอันน่าสยดสยองที่บริเวณศีรษะและใบหน้าของบิดา ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาถูกทำร้ายด้วยวัตถุทื่อแรง ด้วยความตกใจและโศกเศร้า นางสาวดวงพรจึงรีบโทรศัพท์แจ้งความไปยังสถานีตำรวจภูธรด่านช้างทันที ตำรวจลงพื้นที่พบหลักฐานชัดเจน หลังจากได้รับแจ้งเหตุ พันตำรวจตรีตรีจุฑาทิพย์ บุญรอด สารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรด่านช้าง ได้รีบนำกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที โดยมี พันตำรวจเอกทัตเทพ เลิศลักษณ์มีพันธ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรด่านช้าง นำทีมเข้าตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิเสมอกัน อำเภอด่านช้างสุพรรณบุรี และแพทย์เวรจากโรงพยาบาลด่านช้าง การตรวจสอบเบื้องต้นที่เกิดเหตุพบร่างของนายถวิล ชายสูงอายุ 84 ปี … Read more

ร้องนายก อบจ.อุดรธานี -กรณี ส.อบจ.รายหนึ่ง ขัดขวางปฏิบัติหน้าที่- ใช้รถฉุกเฉินโดยพลการ

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2568 ที่ห้องรับรององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและจริงจัง เมื่อผู้แทนจากสามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบการแพทย์ฉุกเฉินในจังหวัดอุดรธานี ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี บุคลากรจากโรงพยาบาลอุดรธานี กลุ่มงานฉุกเฉิน และทีมงานจากองค์การบริหารส่วนตำบลสามพร้าว ได้เดินทางเข้าพบนายศราวุธ เพชรพนมพร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี เพื่อยื่นเรื่องร้องเรียนและขอความเป็นธรรมในกรณีที่มีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดรายหนึ่งมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและก่อให้เกิดปัญหาต่อการทำงานของหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง การเข้าพบในครั้งนี้มีนายภาณุมาศ จิตวศินกุล เจ้าของเพจ “เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย” ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ช่วยเหลือประชาชนและประสานงานกรณีความไม่เป็นธรรม ทำหน้าที่เป็นตัวแทนประสานงานนำคณะเจ้าหน้าที่ทั้งสามหน่วยงานเข้าพบนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี เพื่อนำเสนอปัญหาที่เกิดขึ้นและขอให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว นายก อบจ.ยืนยันจุดยืนชัดเจน พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย หลังจากรับฟังเรื่องร้องเรียนจากผู้แทนทั้งสามหน่วยงานอย่างละเอียด นายศราวุธ เพชรพนมพร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนและเด็ดขาดต่อหน้าผู้แทนทั้งสามหน่วยงานที่เข้ามาร้องเรียนว่า หากมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพบว่าสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดรายดังกล่าวมีการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับจริง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ทันที โดยไม่ต้องรอรับการอนุมัติหรือขออนุญาตใดๆ เพิ่มเติม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานีได้ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนว่า ในฐานะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และจะยึดหลักความเป็นธรรมเป็นสำคัญในการดำเนินการ เพื่อให้ระบบการทำงานของหน่วยงานต่างๆ สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน การแสดงจุดยืนครั้งนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้แทนทั้งสามหน่วยงาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจังและเป็นธรรม หัวหน้าหน่วยกู้ชีพเปิดใจ เผยเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น นายณธกร แก้วชิน หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ องค์การบริหารส่วนตำบลสามพร้าว ได้เปิดเผยรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนั้นตนเองกำลังเดินทางไปปฏิบัติงานที่กรุงเทพมหานคร ได้รับรายงานจากทีมงานที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ว่า … Read more

ผิวสวยอาจกลายเป็นผิวพัง! ตำรวจบุกทลายโกดังครีมกันแดดปลอมยี่ห้อดัง ขายถูกกว่าของจริงผ่านออนไลน์ เตือนผู้บริโภคระวังอันตรายถึงชีวิต

พ.ต.อ.ภูวเดช จุลกะเสวี ผู้กำกับการ 1 บก.ปอศ. พร้อมด้วย พ.ต.ต.นพวัตติ์ ธารีจรัญพัฒน์ สารวัตรกำกับการ 1 บก.ปอศ. ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการจับกุมนายวินัตย์ อายุ 43 ปี โดยขอสงวนนามสกุลตามหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในข้อหาความผิดฐาน “มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร” ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรงตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า การจับกุมในครั้งนี้ดำเนินการที่โกดังเก็บสินค้าแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์อย่างหนาแน่น ทำให้เป็นที่ตั้งที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินธุรกิจที่ผิดกฎหมายประเภทนี้ เนื่องจากสามารถปกปิดการดำเนินงานได้ง่าย และมีระบบขนส่งที่สะดวกรวดเร็ว ยึดของกลางครีมกันแดดปลอมกว่า 2,500 ขวด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจค้นและยึดของกลางที่สำคัญ คือ โลชั่นกันแดดที่ปลอมแปลงเครื่องหมายการค้ายี่ห้อ “JABS” หรือ แจ๊บส์ จำนวนทั้งสิ้น 2,500 ขวด ซึ่งมีมูลค่าเบื้องต้นหลายแสนบาท สินค้าที่ยึดได้ทั้งหมดถูกบรรจุอยู่ในกล่องและพร้อมสำหรับการจัดส่งให้แก่ลูกค้าที่สั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสินค้าปลอมเหล่านี้มีลักษณะภายนอกที่เลียนแบบผลิตภัณฑ์ของแท้อย่างใกล้เคียง ทำให้ผู้บริโภคทั่วไปอาจแยกแยะได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ที่ไม่สามารถตรวจสอบสินค้าด้วยตนเองก่อนการซื้อได้ ทั้งนี้ สินค้าปลอมดังกล่าวจะถูกจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าราคาสินค้าของแท้อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักในการดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย บริษัทผู้ผลิตของแท้ยื่นเรื่องร้องเรียน เหตุการณ์ที่นำมาสู่การจับกุมในครั้งนี้เริ่มต้นจากการที่บริษัท ซี.พี.คอนซูเมอร์โพรดักส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายโลชั่นบำรุงผิวกันแดดยี่ห้อ JABS อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ได้เข้ามายื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงาน … Read more

จังหวัดเลยเอาจริง! จับกุมเด็กแว้น 25 ราย ข้อหาแข่งรถ-ชุมนุมมั่วสุม ผู้ปกครองเจอโทษด้วย พร้อมยึดรถยนต์-จักรยานยนต์กว่า 30 คัน

ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอวังสะพุง นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พร้อมด้วยพลตำรวจตรี วีระเดช เลขะวรกุล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมกลุ่มวัยรุ่นแว้นที่รวมตัวกันเพื่อแข่งรถและมั่วสุมในพื้นที่อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ซึ่งเป็นปฏิบัติการสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของจังหวัดเลยในการแก้ไขปัญหาเด็กแว้นและการแข่งรถผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและความสงบเรียบร้อยของสังคม การจับกุมในครั้งนี้เป็นผลมาจากการได้รับข้อมูลและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะรวมตัวกันในพื้นที่หลายจุดของอำเภอวังสะพุง โดยเฉพาะบริเวณหน้าร้านค้าแห่งหนึ่งในตำบลศรีสงคราม ซึ่งกลายเป็นจุดนัดพบของกลุ่มเด็กแว้นจากหลายพื้นที่ในจังหวัดเลย เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอดส่องและเก็บข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนที่จะดำเนินการจับกุมในครั้งนี้ พบกลุ่มเด็กแว้นรวมตัวกัน 25 คน พร้อมรถยนต์และมอเตอร์ไซค์กว่า 30 คัน จากการตรวจสอบในพื้นที่พบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวกันทั้งสิ้น 25 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 6 คน และเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 19 คน โดยกลุ่มดังกล่าวได้นำรถยนต์มาจอดรวมกันทั้งหมด 3 คัน และรถจักรยานยนต์ประมาณ 30 คัน ซึ่งหลายคันได้มีการดัดแปลงท่อไอเสียและเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งรถ ทำให้เกิดเสียงดังรบกวนและไม่ปลอดภัยต่อการใช้รถใช้ถนน ลักษณะการรวมตัวของกลุ่มดังกล่าวถือเป็นการชุมนุมมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปเพื่อก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังพบหลักฐานการวางแผนและเตรียมการสำหรับการแข่งรถบนถนนหลวงที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าว การรวมตัวของกลุ่มเด็กแว้นในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในพื้นที่ โดยเฉพาะเสียงรบกวนจากรถจักรยานยนต์ที่ถูกดัดแปลง รวมถึงความไม่ปลอดภัยจากการขับขี่ด้วยความเร็วสูงในพื้นที่ที่มีประชาชนใช้สัญจรอยู่เป็นประจำ แบ่งเป็น … Read more

จับแล้ว! ฆาตกรโหดฆ่ารัดคอสาวใหญ่เพชรบุรี ถ่วงศพในสระน้ำ หลบหนีไปกระบี่ไม่รอดชุดสืบภาค 7-8

คดีนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 เมื่อนางสาวลัดดา โดดสังข์ อายุ 55 ปี ได้ออกจากบ้านพร้อมกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กฉ-8848 จังหวัดสมุทรสาคร แต่กลับไม่กลับมาบ้านตามปกติ สร้างความกังวลให้กับครอบครัวอย่างมาก โดยเฉพาะนายโชคชัย ทิพย์เนตร ลูกชายของผู้ตาย ซึ่งรอคอยแม่กลับบ้านอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อเวลาผ่านไปหลายวันโดยยังไม่มีร่องรอยของแม่ นายโชคชัยจึงตัดสินใจเดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองหญ้าปล้อง เพื่อแจ้งความคนหาย พร้อมทั้งให้รายละเอียดเกี่ยวกับแม่และรถจักรยานยนต์ที่ใช้ออกจากบ้านในวันนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งและเริ่มบันทึกประจำวัน พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยกันค้นหา ในช่วงแรก ทางครอบครัวและเจ้าหน้าที่คาดเดาว่าอาจเป็นเพียงการออกไปติดธุระที่ไหนสักแห่งและอาจกลับมาภายหลัง แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายวันโดยไม่มีข่าวคราวใดๆ ความกังวลก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ญาติพี่น้องและชาวบ้านในพื้นที่ต่างออกมาช่วยกันตามหาอย่างหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่นางสาวลัดดามักจะไปเป็นประจำ พบรถจักรยานยนต์ทิ้งร้างในป่า จนกระทั่งเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 การค้นหาก็ได้รับความคืบหน้าครั้งแรก เมื่อชาวบ้านในพื้นที่ได้พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กฉ-8848 สมุทรสาคร ซึ่งเป็นรถของนางสาวลัดดา จอดทิ้งร้างอยู่บริเวณริมป่าในเขตติดต่อระหว่างบ้านดงตากิตกับบ้านสระสี่มุม ตำบลหนองหญ้าปล้อง อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี การพบรถจักรยานยนต์ในลักษณะทิ้งร้างโดยไม่มีเจ้าของอยู่ใกล้ๆ ทำให้ทั้งครอบครัวและเจ้าหน้าที่ต่างรู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะบริเวณที่พบรถเป็นพื้นที่ป่าที่ค่อนข้างห่างไกลความเจริญ และไม่ใช่เส้นทางที่นางสาวลัดดาจะใช้เดินทางตามปกติ สิ่งนี้ยิ่งเพิ่มความสงสัยว่าอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น … Read more

ผัวเมาเพี้ยน ปาดคอเมียคาวงเหล้า อ้างถูกลูกเลี้ยงต่อยก่อน คว้ามีดป้องกันตัวแต่พลาดไปโดนเมียรัก

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 20.16 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯ เมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุร้ายแรงจากพื้นที่ซอยบุญสัมพันธ์ 14 หมู่ที่ 10 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ว่ามีผู้หญิงถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีด ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณลำคอ หลังจากได้รับแจ้งเหตุ ทีมอาสาสมัครกู้ภัยพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรบางละมุง ได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ความช่วยเหลือและตรวจสอบสถานการณ์ เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นกลางชุมชน ทำให้ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงตกใจและรู้สึกไม่ปลอดภัย สถานที่เกิดเหตุและสภาพผู้ได้รับบาดเจ็บ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นเพิงพักอาศัยชั่วคราว มุงหลังคาด้วยสังกะสี บริเวณด้านหน้าบ้านพบผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งต่อมาทราบชื่อว่า นางสาวิตรี วิลเลียมส์ อายุ 56 ปี นอนอยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัส ได้รับบาดแผลจากอาวุธมีดปาดเข้าที่บริเวณลำคอด้านขวา แผลที่เกิดขึ้นมีลักษณะเป็นแผลเหวอะหวะ กว้างประมาณ 1 นิ้ว ตำแหน่งของบาดแผลอยู่ห่างจากลูกกระเดือกไม่ถึง 2 เซนติเมตร ถือว่าเป็นตำแหน่งที่อันตรายมาก หากมีดปาดลึกลงไปอีกเล็กน้อยอาจถึงแก่ชีวิตได้ เลือดไหลออกมาจำนวนมาก เปื้อนเต็มร่างกายของผู้เสียหาย ทีมกู้ภัยที่เดินทางมาถึงจึงรีบเข้าทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทำการห้ามเลือด และพยายามทำให้สภาพทั่วไปของผู้ได้รับบาดเจ็บคงที่ ก่อนที่จะรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาต่อ สภาพของผู้เสียหายในขณะนั้นถือว่าวิกฤตและต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน … Read more

“ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” บุกระยองช่วยสาว 19 ร้องถูกพ่อแท้ๆล่วงละเมิน-ทำร้ายครอบครัว แฟนหนุ่มยืนยันปกป้องถึงที่สุด

เมื่อเวลา 10.30 น. ของวันที่ 13 ตุลาคม 2568 ณ สถานีตำรวจภูธรบ้านค่าย จังหวัดระยอง พันตำรวจเอก ปราโมทย์ คงคาลัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านค่าย ได้ให้การต้อนรับและร่วมประชุมหารือกับทีมงานจากมูลนิธิเป็นหนึ่ง ที่นำโดย “ต้นอ้อ” ผู้ที่เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ช่วยเหลือสังคมและทำงานเพื่อปกป้องสิทธิของผู้ถูกละเมิด โดยในการประชุมครั้งนี้ได้มีหญิงสาววัย 19 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหายเข้าร่วมด้วย การประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อหารือถึงแนวทางการช่วยเหลือและคุ้มครองความปลอดภัยของผู้เสียหายและสมาชิกในครอบครัว รวมถึงการประสานงานกับเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อดำเนินการช่วยเหลือในด้านต่างๆ ตามอำนาจหน้าที่ และขั้นตอนทางกฎหมายที่จำเป็น สาเหตุที่ทำให้เรื่องนี้ได้รับความสนใจและความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความร้ายแรงและซับซ้อน โดยผู้เสียหายได้เปิดเผยว่าบิดาแท้ๆ ได้พยายามจะล่วงละเมิดน้องสาววัยเพียง 13 ปี อีกทั้งยังมีการใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกายมารดาและพี่น้องอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตัวเธอเองก็เคยเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดและความรุนแรงในครอบครัวมาก่อนหน้านี้แล้ว คำให้การของแฟนหนุ่มที่ยืนยันจะปกป้องถึงที่สุด นายณัฐวุฒิ หนุ่มวัย 20 ปี ซึ่งเป็นแฟนของหญิงสาวผู้เสียหาย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความห่วงใยและความมุ่งมั่นที่จะปกป้องแฟนสาวของตน โดยเล่าว่า ตนเองพึ่งได้ทราบเรื่องราวความจริงที่เจ็บปวดนี้เมื่อประมาณ 3 วันที่ผ่านมาเท่านั้น ว่าแฟนสาวของตนนั้นถูกพ่อแท้ๆ ล่วงละเมิดทางเพศมาตั้งแต่อดีต “ตอนที่รู้เรื่องครั้งแรก ผมรู้สึกโมโหมาก ผิดหวัง และเสียใจพร้อมๆ กัน ผมกับแฟนคบหากันมาได้ปีกว่าๆ … Read more

นักท่องเที่ยวไทยเปลือยกายเดินกลางเมืองเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือส่งโรงพยาบาล

ตามรายงานจากประชาชนที่พบเห็นเหตุการณ์ระบุว่า ช่วงประมาณ 22.00 น. ของคืนวันที่ 12 ตุลาคม มีชายหนุ่มรูปร่างค่อนข้างใหญ่ ไม่สวมใส่เสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียว เดินออกมาจากบริเวณถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ใกล้กับสี่แยกรินคำ ก่อนจะเดินข้ามแยกไปยังถนนนิมมานเหมินทร์ โดยมีท่าทางสับสน ไม่รู้ทิศทางที่แน่นอน และดูเหมือนจะอยู่ในอาการมึนเมาหรือขาดสติ ประชาชนตื่นตระหนก รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ การปรากฏตัวของชายหนุ่มในสภาพเปลือยกายท่ามกลางผู้คนจำนวนมากในย่านท่องเที่ยว ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่พบเห็นรู้สึกตกใจและกระวนกระวาย หลายคนรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพและวิดีโอเหตุการณ์ ซึ่งต่อมาได้มีการนำขึ้นเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ จนกลายเป็นกระแสและได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างกว้างขวาง ประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้รีบแจ้งเหตุไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุของตำรวจและหน่วยกู้ภัยกตัญญูธรรมกุศล มูลนิธิช่วยเหลือประชาชนที่ให้บริการในพื้นที่เชียงใหม่ เพื่อขอความช่วยเหลือและควบคุมสถานการณ์ก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดคิดหรือก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ก่อเหตุเองหรือบุคคลอื่น เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างระมัดระวัง เมื่อได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจในพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยกตัญญูธรรมกุศลได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว พบชายหนุ่มคนดังกล่าวยังคงเดินอยู่บริเวณถนนนิมมานเหมินทร์ในสภาพเปลือยกายและมีอาการสับสนไม่รู้ทิศทาง บางช่วงมีท่าทางก้าวร้าวและพูดจาไม่รู้เรื่อง แสดงให้เห็นว่าอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถควบคุมสติได้อย่างสมบูรณ์ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการอย่างระมัดระวังด้วยการพยายามเข้าไปพูดคุยและเกลี้ยกล่อมชายหนุ่มผู้ก่อเหตุด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและสงบ เพื่อไม่ให้เกิดการต่อต้านหรือกระทำการที่อาจเป็นอันตรายต่อตัวเองและผู้อื่น การดำเนินการใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอาการมึนเมาและขาดสติ ไม่สามารถเข้าใจคำพูดหรือสื่อสารได้ดีนัก ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่พยายามควบคุมสถานการณ์นั้น มีผู้คนจำนวนมากยืนดูและบันทึกภาพเหตุการณ์อยู่โดยรอบ เจ้าหน้าที่จึงต้องขอความร่วมมือจากประชาชนให้ถอยห่างออกไปเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยและช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่น รวมทั้งเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวและศักดิ์ศรีของผู้ประสบเหตุ นำผ้าเช็ดตัวคลุมร่างกายหลังเกลี้ยกล่อมสำเร็จ หลังจากที่เจ้าหน้าที่พยายามพูดคุยและเกลี้ยกล่อมอยู่นานกว่า 20 นาที ชายหนุ่มผู้ก่อเหตุก็เริ่มมีอาการสงบลงและสามารถรับฟังคำพูดของเจ้าหน้าที่ได้บ้าง เจ้าหน้าที่จึงได้นำผ้าเช็ดตัวมาคลุมปกปิดร่างกายให้เพื่อรักษาความสุภาพและศักดิ์ศรีของผู้ประสบเหตุ โดยชายหนุ่มยอมให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการโดยไม่มีการต่อต้านหรือขัดขืน สถานการณ์ค่อยๆ คลี่คลายและกลับสู่ภาวะปกติมากขึ้น เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามข้อมูลเบื้องต้นและติดต่อกับครอบครัวของผู้ก่อเหตุ ซึ่งพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในย่านใกล้เคียง เมื่อครอบครัวได้รับแจ้งก็รีบเดินทางมาที่จุดเกิดเหตุทันที โดยแสดงอาการตกใจและกังวลอย่างมากต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ครอบครัวขอให้ส่งโรงพยาบาลทันที เมื่อครอบครัวของชายหนุ่มมาถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งรายละเอียดของสถานการณ์ให้ทราบ … Read more