เปิดใจญาติผู้เสียชีวิต หลังไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ คดีไวยาวัจกรถอยรถชนเด็ก 7 ขวบดับ-บาดเจ็บ 3 ราย ตำรวจแจ้งข้อหาประมาท

เหตุการณ์สลดใจที่เกิดขึ้นในวัดอโสการาม บ้านโสกนกเต็น หมู่ 1 ตำบลโสกนกเต็น อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เด็กหญิงวัย 7 ปี เสียชีวิตจากการถูกรถยนต์ถอยหลังชนระหว่างงานบุญกฐิน พร้อมทั้งมีเด็กอีก 3 คนได้รับบาดเจ็บ โดยคนขับรถคือไวยาวัจกรของวัดแห่งนี้ ล่าสุดกระบวนการไกล่เกลี่ยระหว่างทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใดๆ ได้ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด ขณะที่ตำรวจได้ดำเนินการแจ้งข้อหาประมาทต่อผู้ก่อเหตุแล้ว บรรยากาศการไกล่เกลี่ยที่สภ.พล ยังไม่บรรลุข้อตกลง เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอพล จังหวัดขอนแก่น มีการนัดหมายให้ทั้งสองฝ่ายเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยมีญาติฝ่ายผู้เสียหายนำโดยนางบัวศร พันธ์แสง อายุ 63 ปี ย่าของเด็กหญิงผู้เสียชีวิต และนายกลวัชร พันธ์แสง อายุ 32 ปี บิดาของเด็กหญิง พร้อมด้วยญาติพี่น้องเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ในขณะเดียวกัน นายหนูกัณห์ (สงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี ซึ่งเป็นไวยาวัจกรของวัดอโสการามและเป็นผู้ขับรถในเหตุการณ์ครั้งนี้ ก็ได้เดินทางมาถึงสถานีตำรวจเช่นกัน โดยมาพร้อมกับบุตรชายซึ่งต้องใช้ไม้พยุงเดิน เนื่องจากได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกขณะเกิดเหตุด้วย … Read more

บุกทลายรังแก๊งจีนเทา จับหัวหน้าแก๊งหนีหมายแดงอินเตอร์โพล ซุกตัวในทาวน์โฮมหรูกลางกรุงเทพฯ

พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง ประกอบด้วย พลตำรวจโท นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยกำลังพลจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลในจำนวนมาก เข้าตรวจค้นทาวน์โฮมหรู 1 หลัง ตั้งอยู่บริเวณซอยสหการประมูล เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยชั้นดีในใจกลางกรุงเทพฯ การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบุกทลายรังกบดานของกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่เรียกว่า “จีนเทา” และได้ประสบความสำเร็จในการจับกุมตัวผู้ต้องหาอาชญากรรายสำคัญที่ทางการจีนออกหมายจับและขอความร่วมมือจากตำรวจสากลหรืออินเตอร์โพล ในการติดตามตัวมาเป็นเวลานาน จับกุมหัวหน้าแก๊งฉ้อโกงข้ามชาติหนีหมายแดงอินเตอร์โพล จากการปฏิบัติการดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้สำเร็จ ซึ่งต่อมาได้รับการยืนยันตัวตนว่าเป็น นายเหลียง ไอปิง สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับหมายแดงของตำรวจสากล (Red Notice) ที่ออกโดยองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศหรืออินเตอร์โพล ในฐานะสมาชิกหลักของแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติที่ดำเนินการฉ้อโกงและหลอกลวงประชาชนในสาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อเหตุความเสียหายอันมหาศาลจนทางการจีนต้องออกหมายจับและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานตำรวจระหว่างประเทศเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาดังกล่าว ข้อมูลจากทางการจีนระบุว่า มูลค่าความเสียหายที่เกิดจากการกระทำของแก๊งอาชญากรรมที่นายเหลียงเป็นสมาชิกหลักนั้นสูงถึง 100 ล้านหยวน หรือเมื่อคำนวณเป็นเงินสกุลบาทไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบันแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาท เป็นจำนวนเงินที่สูงมากและส่งผลกระทบต่อผู้เสียหายจำนวนมาก การจับกุมในครั้งนี้จึงถือเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและเป็นการแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างประเทศในการต่อสู้กับอาชญากรรมระดับโลก ตรวจยึดของกลางและหลักฐานสำคัญมากมาย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจค้นทาวน์โฮมหรูหลังดังกล่าวอย่างละเอียดถี่ถ้วน พบของกลางและหลักฐานสำคัญจำนวนมากที่น่าจะเชื่อมโยงกับการดำเนินกิจกรรมอาชญากรรมของผู้ต้องหา โดยสิ่งที่พบที่น่าสนใจและเป็นข้อกังวลมากที่สุดคือ อาวุธปืนจำนวน 1 กระบอก ซึ่งเมื่อตรวจสอบทะเบียนแล้วพบว่าจดทะเบียนในนามของบุคคลสัญชาติไทย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อติดตามตัวเจ้าของอาวุธปืนดังกล่าวและหาข้อเท็จจริงว่ามีการนำอาวุธมาให้กับผู้ต้องหาด้วยวิธีใดหรือไม่ นอกจากอาวุธปืนแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจพบธนบัตรสกุลหยวนของจีนและธนบัตรสกุลบาทของไทยอยู่ภายในบ้านจำนวนหนึ่ง … Read more

หมอยืนยันสาเหตุ! ครอบครัวตั้งวงหมูกระทะในห้องพัก 4 คนอาเจียนวูบหมดสติ เด็กหญิง 8 ขวบอาการหนักที่สุด

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในคืนวันที่ 25 ตุลาคม 2568 ในย่านบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินในช่วงกลางดึก ว่าภายในห้องพักแห่งหนึ่งมีผู้ป่วยหลายรายพร้อมกัน มีอาการผิดปกติอย่างรุนแรง ทั้งหน้ามืด ปวดท้องอย่างทรมาน เวียนศีรษะจนยืนไม่ได้ และอาเจียนอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ได้รับประทานหมูกระทะที่ซื้อมาทำเองภายในห้องพักไม่นาน จากการตรวจสอบพบว่าผู้ป่วยทั้งหมด 4 ราย ประกอบด้วยผู้ใหญ่ 3 คน และเด็กหญิงวัย 8 ขวบอีก 1 คน โดยเด็กหญิงเป็นผู้ที่มีอาการหนักที่สุด ล้มลงหมดสติอย่างกะทันหัน และมีอาการอุจจาระปัสสาวะราดต่อหน้าทุกคนในขณะที่หมดสติ ทำให้ผู้ใหญ่ที่อยู่ในเหตุการณ์ตกใจและรีบโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือทันที ขณะที่ผู้ใหญ่อีก 3 คนที่มีอาการก็เริ่มมีอาการคล้ายคลึงกันไม่กี่นาทีหลังจากนั้น และวูบลงกับพื้นตามๆ กัน จนต้องมีการเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินมารับส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน มารดาเด็กหญิงเปิดใจ บอกเล่าเหตุการณ์ครั้งนั้นอย่างละเอียด นางสาวธิดารัตน์ อายุ 29 ปี มารดาของเด็กหญิงวัย 8 ขวบที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด และเป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่ในวงหมูกระทะในคืนนั้นด้วย ได้ออกมาเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด พร้อมทั้งแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ เธอเล่าว่า ในคืนวันนั้นมีทั้งหมด 7 คน ที่ตั้งวงกินหมูกระทะด้วยกัน โดยใช้เตาอั้งโล่ถ่านทำอาหารภายในห้องพัก หลังจากที่ได้ซื้อเนื้อหมูและเครื่องเคียงแบบชั่งกิโลมาจากร้านค้าแห่งหนึ่งในย่านบางปู สิ่งที่น่าสนใจคือในครั้งนี้ทางร้านค้าได้แถมแมงกะพรุนให้ฟรีมาด้วยประมาณครึ่งกิโล … Read more

แคนาดาประกาศพร้อมหวนเจรจาการค้าสหรัฐอีกครั้ง หลังถอนโฆษณาต้านภาษีศุลกากรที่ใช้ภาพเรแกน ซึ่งเป็นสาเหตุให้ทรัมป์โกรธและยกเลิกการเจรจา

นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ แห่งแคนาดาได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าประเทศแคนาดายังคงพร้อมที่จะกลับมานั่งโต๊ะเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกาอีกครั้งหนึ่ง ภายหลังจากที่ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกันยาวที่สุดในโลกได้ตกอยู่ในภาวะตึงเครียดอย่างหนัก จนทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกาต้องประกาศยกเลิกการเจรจาการค้าทั้งหมดกับแคนาดา สาเหตุหลักของวิกฤตการณ์ครั้งนี้มาจากโฆษณาชิ้นหนึ่งของรัฐบาลรัฐออนแทริโอที่นำเสนอเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐ โดยใช้คำกล่าวของอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน จากพรรครีพับลิกันเป็นเครื่องมือในการโจมตี ซึ่งได้จุดชนวนให้เกิดความขัดแย้งทางการทูตที่รุนแรงระหว่างสองประเทศ การรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์และบีบีซีระบุว่า วิกฤตการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างแคนาดาและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นคู่ค้าที่สำคัญที่สุดต่อกันมาอย่างยาวนาน การที่แคนาดาต้องออกมาประกาศความพร้อมในการเจรจาใหม่ ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่แตกร้าว เพื่อคลี่คลายปัญหาการค้าที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งสองฝ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้นตอของวิกฤต โฆษณาที่จุดประกายความขัดแย้ง แกนหลักของความขัดแย้งครั้งนี้มาจากโฆษณาของรัฐบาลรัฐออนแทริโอ ซึ่งเป็นมณฑลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจสูงสุดของแคนาดา โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ โฆษณาดังกล่าวได้นำเสนอคลิปเสียงจากการกล่าวสุนทรพจน์ของอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน เมื่อปี 1987 ซึ่งเรแกนได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับภาษีศุลกากรว่า “เมื่อมีผู้นำเสนอนโยบายการจัดเก็บภาษีศุลกากรแก่สินค้านำเข้าจากต่างประเทศ มันดูเหมือนว่าเป็นการดำเนินนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อชาติ ด้วยการปกป้องสินค้าและอาชีพของชาวอเมริกัน แต่ในความเป็นจริง วิธีการนี้อาจได้ผลเพียงระยะสั้นเท่านั้น” เรแกนได้เตือนต่อไปว่า “กำแพงภาษีจะส่งผลกระทบต่อชาวอเมริกันและผู้บริโภคทุกคนในระยะยาว มันจะนำไปสู่สงครามการค้าที่รุนแรง ทำให้ตลาดการค้าหดตัวและล้มสลาย ธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ จะต้องปิดกิจการ ผู้คนหลายล้านคนจะตกงานและสูญเสียรายได้” คำกล่าวนี้ถูกนำมาใช้ในโฆษณาของรัฐออนแทริโอเพื่อวิพากษ์วิจารณ์นโยบายภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งรัฐบาลแคนาดามองว่าเป็นการสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ปฏิกิริยารุนแรงจากทรัมป์และมูลนิธิเรแกน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อโฆษณาดังกล่าว และได้ออกมาประกาศในช่วงเย็นของวันที่ 23 ตุลาคม 2568 ว่าโฆษณานี้มีเนื้อหาที่บิดเบือนข้อเท็จจริง และเป็นการดูหมิ่นต่อมรดกทางการเมืองของอดีตประธานาธิบดีเรแกน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของพรรครีพับลิกัน ทรัมป์จึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะยกเลิกการเจรจาการค้าทั้งหมดกับแคนาดา โดยไม่ให้โอกาสในการชี้แจงหรือแก้ไขสถานการณ์ใดๆ นอกจากนี้ … Read more

เหตุระเบิดแก๊สกลางตลาด ไฟไหม้รุนแรงวอดทั้งแถว 6 ร้าน พนักงานสาวบาดเจ็บหนีตาย

ในเวลาประมาณ 07.00 น. ของวันที่ 20 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรบางปู จังหวัดสมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นภายในตลาดนัดซอยแพรกษา 10 จากประชาชนที่พบเห็นเหตุการณ์ โดยมีรายงานว่ามีเสียงระเบิดดังสนั่นและมีเปลวไฟลุกโพลงขึ้นอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานงานไปยังหน่วยดับเพลิงของเทศบาลเมืองแพรกษาเพื่อขอกำลังเสริมอย่างเร่งด่วน ภายในเวลาไม่กี่นาที หน่วยดับเพลิงและกู้ภัยจากหลายหน่วยงานได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ พร้อมอุปกรณ์ดับเพลิงครบครัน รถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองแพรกษาพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนได้เข้าระงับเหตุทันที ณ จุดเกิดเหตุ บริเวณนั้นเต็มไปด้วยควันหนาทึบและเปลวไฟที่กำลังลุกโพลงอย่างรุนแรง สภาพที่เกิดเหตุและความเสียหายที่เกิดขึ้น บริเวณที่เกิดเหตุเป็นแถวร้านค้าชั้นเดียวที่สร้างติดกันเป็นแนวยาว ประกอบด้วยร้านค้าหลายล็อก มีโครงสร้างเป็นอาคารไม้และสังกะสีผสมผสานกัน ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของตลาดนัดในพื้นที่ชุมชน จากการตรวจสอบพบว่าต้นเพลิงเกิดขึ้นบริเวณร้านราดหน้า ซึ่งเป็นร้านอาหารที่ให้บริการขายก๋วยเตี๋ยวราดหน้าและอาหารตามสั่ง ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่ เปลวไฟกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงและได้ลุกลามไปยังร้านค้าข้างเคียงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากโครงสร้างของอาคารเป็นวัสดุที่ติดไฟได้ง่าย ประกอบกับร้านค้าแต่ละล็อกอยู่ติดกันแน่น ทำให้เพลิงสามารถลุกลามได้อย่างรวดเร็ว บรรยากาศบริเวณนั้นมีกลุ่มควันหนาทึบสีดำปกคลุมพื้นที่ ลอยพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงนับสิบเมตร สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล ทำให้ผู้คนในชุมชนตื่นตระหนกและรีบออกมาจากพื้นที่อย่างเร่งรีบ การควบคุมเพลิงและระยะเวลาในการดับเพลิง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ระดมกำลังและอุปกรณ์เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเต็มที่ โดยใช้รถดับเพลิงหลายคันพร้อมวางท่อฉีดน้ำจากหลายจุด เพื่อสกัดและควบคุมเปลวไฟไม่ให้ลุกลามขยายวงกว้างออกไปมากกว่านี้ การปฏิบัติงานในครั้งนี้มีความท้าทายสูง เนื่องจากเปลวไฟที่รุนแรงและพื้นที่แคบที่ทำให้การเข้าถึงมีความยากลำบาก นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเรื่องถังแก๊สหุงต้มที่อาจมีอยู่ภายในร้านอาหารและร้านค้าอื่นๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการระเบิดซ้ำได้ เจ้าหน้าที่จึงต้องระมัดระวังและใช้ความชำนาญในการดับเพลิงอย่างเต็มที่ ใช้เวลาในการควบคุมสถานการณ์กว่า 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ และสามารถดับเพลิงได้โดยสมบูรณ์ในเวลาต่อมา จากการตรวจสอบเบื้องต้นหลังจากที่ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว พบว่ามีร้านค้าได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ทั้งหมด 6 ล็อก … Read more

จับแล้ว! หนุ่มวัย 47 ฆ่าโหดค้อนทุบตาวัย 84 ปี พ่อส.อบต.สาวดับคาเปลที่บ้าน

เหตุการณ์ที่สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2568 ที่บ้านเลขที่ 136 หมู่ที่ 3 ตำบลวังคัน อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยเริ่มต้นเมื่อนางสาวดวงพร พุ่มจำปา อายุ 46 ปี ซึ่งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวังคัน ได้กลับจากที่ทำงานในช่วงเย็นตามปกติ เมื่อก้าวเข้าสู่บ้าน นางสาวดวงพรเห็นภาพที่คุ้นเคย คือนายถวิล (ขอสงวนนามสกุล) บิดาผู้มีอายุ 84 ปี นอนอยู่บนเปลภายในบ้านเหมือนเช่นทุกวัน ในช่วงแรกเธอไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ จึงคิดว่าบิดากำลังพักผ่อนตามปกติ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อเห็นว่าบิดานอนนิ่งเกินปกติและไม่มีอาการเคลื่อนไหวใดๆ ความกังวลในใจทำให้นางสาวดวงพรเดินเข้าไปใกล้เพื่อเรียกบิดา แต่สิ่งที่เธอพบนั้นทำให้หญิงสาวต้องตกใจสุดขีด เมื่อพบว่านายถวิลนอนแน่นิ่งไร้ลมหายใจ และที่น่าสะเพรียดกลัวยิ่งกว่านั้น คือการพบบาดแผลอันน่าสยดสยองที่บริเวณศีรษะและใบหน้าของบิดา ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาถูกทำร้ายด้วยวัตถุทื่อแรง ด้วยความตกใจและโศกเศร้า นางสาวดวงพรจึงรีบโทรศัพท์แจ้งความไปยังสถานีตำรวจภูธรด่านช้างทันที ตำรวจลงพื้นที่พบหลักฐานชัดเจน หลังจากได้รับแจ้งเหตุ พันตำรวจตรีตรีจุฑาทิพย์ บุญรอด สารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรด่านช้าง ได้รีบนำกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที โดยมี พันตำรวจเอกทัตเทพ เลิศลักษณ์มีพันธ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรด่านช้าง นำทีมเข้าตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิเสมอกัน อำเภอด่านช้างสุพรรณบุรี และแพทย์เวรจากโรงพยาบาลด่านช้าง การตรวจสอบเบื้องต้นที่เกิดเหตุพบร่างของนายถวิล ชายสูงอายุ 84 ปี … Read more

ร้องนายก อบจ.อุดรธานี -กรณี ส.อบจ.รายหนึ่ง ขัดขวางปฏิบัติหน้าที่- ใช้รถฉุกเฉินโดยพลการ

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2568 ที่ห้องรับรององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและจริงจัง เมื่อผู้แทนจากสามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบการแพทย์ฉุกเฉินในจังหวัดอุดรธานี ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี บุคลากรจากโรงพยาบาลอุดรธานี กลุ่มงานฉุกเฉิน และทีมงานจากองค์การบริหารส่วนตำบลสามพร้าว ได้เดินทางเข้าพบนายศราวุธ เพชรพนมพร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี เพื่อยื่นเรื่องร้องเรียนและขอความเป็นธรรมในกรณีที่มีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดรายหนึ่งมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและก่อให้เกิดปัญหาต่อการทำงานของหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง การเข้าพบในครั้งนี้มีนายภาณุมาศ จิตวศินกุล เจ้าของเพจ “เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย” ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ช่วยเหลือประชาชนและประสานงานกรณีความไม่เป็นธรรม ทำหน้าที่เป็นตัวแทนประสานงานนำคณะเจ้าหน้าที่ทั้งสามหน่วยงานเข้าพบนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี เพื่อนำเสนอปัญหาที่เกิดขึ้นและขอให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว นายก อบจ.ยืนยันจุดยืนชัดเจน พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย หลังจากรับฟังเรื่องร้องเรียนจากผู้แทนทั้งสามหน่วยงานอย่างละเอียด นายศราวุธ เพชรพนมพร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนและเด็ดขาดต่อหน้าผู้แทนทั้งสามหน่วยงานที่เข้ามาร้องเรียนว่า หากมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพบว่าสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดรายดังกล่าวมีการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับจริง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ทันที โดยไม่ต้องรอรับการอนุมัติหรือขออนุญาตใดๆ เพิ่มเติม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานีได้ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนว่า ในฐานะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และจะยึดหลักความเป็นธรรมเป็นสำคัญในการดำเนินการ เพื่อให้ระบบการทำงานของหน่วยงานต่างๆ สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน การแสดงจุดยืนครั้งนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้แทนทั้งสามหน่วยงาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจังและเป็นธรรม หัวหน้าหน่วยกู้ชีพเปิดใจ เผยเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น นายณธกร แก้วชิน หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ องค์การบริหารส่วนตำบลสามพร้าว ได้เปิดเผยรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนั้นตนเองกำลังเดินทางไปปฏิบัติงานที่กรุงเทพมหานคร ได้รับรายงานจากทีมงานที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ว่า … Read more

ผิวสวยอาจกลายเป็นผิวพัง! ตำรวจบุกทลายโกดังครีมกันแดดปลอมยี่ห้อดัง ขายถูกกว่าของจริงผ่านออนไลน์ เตือนผู้บริโภคระวังอันตรายถึงชีวิต

พ.ต.อ.ภูวเดช จุลกะเสวี ผู้กำกับการ 1 บก.ปอศ. พร้อมด้วย พ.ต.ต.นพวัตติ์ ธารีจรัญพัฒน์ สารวัตรกำกับการ 1 บก.ปอศ. ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการจับกุมนายวินัตย์ อายุ 43 ปี โดยขอสงวนนามสกุลตามหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในข้อหาความผิดฐาน “มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร” ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรงตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า การจับกุมในครั้งนี้ดำเนินการที่โกดังเก็บสินค้าแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์อย่างหนาแน่น ทำให้เป็นที่ตั้งที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินธุรกิจที่ผิดกฎหมายประเภทนี้ เนื่องจากสามารถปกปิดการดำเนินงานได้ง่าย และมีระบบขนส่งที่สะดวกรวดเร็ว ยึดของกลางครีมกันแดดปลอมกว่า 2,500 ขวด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจค้นและยึดของกลางที่สำคัญ คือ โลชั่นกันแดดที่ปลอมแปลงเครื่องหมายการค้ายี่ห้อ “JABS” หรือ แจ๊บส์ จำนวนทั้งสิ้น 2,500 ขวด ซึ่งมีมูลค่าเบื้องต้นหลายแสนบาท สินค้าที่ยึดได้ทั้งหมดถูกบรรจุอยู่ในกล่องและพร้อมสำหรับการจัดส่งให้แก่ลูกค้าที่สั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสินค้าปลอมเหล่านี้มีลักษณะภายนอกที่เลียนแบบผลิตภัณฑ์ของแท้อย่างใกล้เคียง ทำให้ผู้บริโภคทั่วไปอาจแยกแยะได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ที่ไม่สามารถตรวจสอบสินค้าด้วยตนเองก่อนการซื้อได้ ทั้งนี้ สินค้าปลอมดังกล่าวจะถูกจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าราคาสินค้าของแท้อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักในการดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย บริษัทผู้ผลิตของแท้ยื่นเรื่องร้องเรียน เหตุการณ์ที่นำมาสู่การจับกุมในครั้งนี้เริ่มต้นจากการที่บริษัท ซี.พี.คอนซูเมอร์โพรดักส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายโลชั่นบำรุงผิวกันแดดยี่ห้อ JABS อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ได้เข้ามายื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงาน … Read more

จังหวัดเลยเอาจริง! จับกุมเด็กแว้น 25 ราย ข้อหาแข่งรถ-ชุมนุมมั่วสุม ผู้ปกครองเจอโทษด้วย พร้อมยึดรถยนต์-จักรยานยนต์กว่า 30 คัน

ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอวังสะพุง นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พร้อมด้วยพลตำรวจตรี วีระเดช เลขะวรกุล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมกลุ่มวัยรุ่นแว้นที่รวมตัวกันเพื่อแข่งรถและมั่วสุมในพื้นที่อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ซึ่งเป็นปฏิบัติการสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของจังหวัดเลยในการแก้ไขปัญหาเด็กแว้นและการแข่งรถผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและความสงบเรียบร้อยของสังคม การจับกุมในครั้งนี้เป็นผลมาจากการได้รับข้อมูลและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะรวมตัวกันในพื้นที่หลายจุดของอำเภอวังสะพุง โดยเฉพาะบริเวณหน้าร้านค้าแห่งหนึ่งในตำบลศรีสงคราม ซึ่งกลายเป็นจุดนัดพบของกลุ่มเด็กแว้นจากหลายพื้นที่ในจังหวัดเลย เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอดส่องและเก็บข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนที่จะดำเนินการจับกุมในครั้งนี้ พบกลุ่มเด็กแว้นรวมตัวกัน 25 คน พร้อมรถยนต์และมอเตอร์ไซค์กว่า 30 คัน จากการตรวจสอบในพื้นที่พบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวกันทั้งสิ้น 25 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 6 คน และเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 19 คน โดยกลุ่มดังกล่าวได้นำรถยนต์มาจอดรวมกันทั้งหมด 3 คัน และรถจักรยานยนต์ประมาณ 30 คัน ซึ่งหลายคันได้มีการดัดแปลงท่อไอเสียและเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งรถ ทำให้เกิดเสียงดังรบกวนและไม่ปลอดภัยต่อการใช้รถใช้ถนน ลักษณะการรวมตัวของกลุ่มดังกล่าวถือเป็นการชุมนุมมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปเพื่อก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังพบหลักฐานการวางแผนและเตรียมการสำหรับการแข่งรถบนถนนหลวงที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าว การรวมตัวของกลุ่มเด็กแว้นในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในพื้นที่ โดยเฉพาะเสียงรบกวนจากรถจักรยานยนต์ที่ถูกดัดแปลง รวมถึงความไม่ปลอดภัยจากการขับขี่ด้วยความเร็วสูงในพื้นที่ที่มีประชาชนใช้สัญจรอยู่เป็นประจำ แบ่งเป็น … Read more

จับแล้ว! ฆาตกรโหดฆ่ารัดคอสาวใหญ่เพชรบุรี ถ่วงศพในสระน้ำ หลบหนีไปกระบี่ไม่รอดชุดสืบภาค 7-8

คดีนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 เมื่อนางสาวลัดดา โดดสังข์ อายุ 55 ปี ได้ออกจากบ้านพร้อมกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กฉ-8848 จังหวัดสมุทรสาคร แต่กลับไม่กลับมาบ้านตามปกติ สร้างความกังวลให้กับครอบครัวอย่างมาก โดยเฉพาะนายโชคชัย ทิพย์เนตร ลูกชายของผู้ตาย ซึ่งรอคอยแม่กลับบ้านอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อเวลาผ่านไปหลายวันโดยยังไม่มีร่องรอยของแม่ นายโชคชัยจึงตัดสินใจเดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองหญ้าปล้อง เพื่อแจ้งความคนหาย พร้อมทั้งให้รายละเอียดเกี่ยวกับแม่และรถจักรยานยนต์ที่ใช้ออกจากบ้านในวันนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งและเริ่มบันทึกประจำวัน พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยกันค้นหา ในช่วงแรก ทางครอบครัวและเจ้าหน้าที่คาดเดาว่าอาจเป็นเพียงการออกไปติดธุระที่ไหนสักแห่งและอาจกลับมาภายหลัง แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายวันโดยไม่มีข่าวคราวใดๆ ความกังวลก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ญาติพี่น้องและชาวบ้านในพื้นที่ต่างออกมาช่วยกันตามหาอย่างหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่นางสาวลัดดามักจะไปเป็นประจำ พบรถจักรยานยนต์ทิ้งร้างในป่า จนกระทั่งเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 การค้นหาก็ได้รับความคืบหน้าครั้งแรก เมื่อชาวบ้านในพื้นที่ได้พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กฉ-8848 สมุทรสาคร ซึ่งเป็นรถของนางสาวลัดดา จอดทิ้งร้างอยู่บริเวณริมป่าในเขตติดต่อระหว่างบ้านดงตากิตกับบ้านสระสี่มุม ตำบลหนองหญ้าปล้อง อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี การพบรถจักรยานยนต์ในลักษณะทิ้งร้างโดยไม่มีเจ้าของอยู่ใกล้ๆ ทำให้ทั้งครอบครัวและเจ้าหน้าที่ต่างรู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะบริเวณที่พบรถเป็นพื้นที่ป่าที่ค่อนข้างห่างไกลความเจริญ และไม่ใช่เส้นทางที่นางสาวลัดดาจะใช้เดินทางตามปกติ สิ่งนี้ยิ่งเพิ่มความสงสัยว่าอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น … Read more