รายงานล่าสุด! รีวิว 10 อันดับ โปรแกรม AF ที่คุณสามารถสร้างรายได้โดยไม่ต้องลงทุนหรือเสี่ยง
ค่า AF คือ ค่าแนะนำเพื่อนให้มาเล่นเว็บหวยโดยการสมัครต่อท้ายยูสเซอร์ของเราอีกทอดหนึ่ง
การชวนเพื่อนรับค่า AF
หากเรามีเพื่อนที่กำลังสนใจจะเล่นหวยออนไลน์ที่มีความปลอดภัยและอัตราจ่ายสูง ก็เพียงแค่แนะนำเพื่อนมาสมัครต่อท้ายยูสเซอร์เราเท่านั้น โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
1.เลือกเมนู “แนะนำเพื่อน”
2.คัดลอกลิงก์ส่งให้เพื่อนเพื่อสมัครต่อท้ายยูสเซอร์เรา
เมื่อเพื่อนมาสมัครจากลิงค์ของเรา ไม่ว่าจะกี่คนก็ตามที่เข้าไปเล่นหวย เราจะได้ AF ตามจำนวนที่ระบุของเว็บนั้นๆ
เว็บอันดับ 1 ⇔ อุ่นใจ (Unjai)
สมาชิกเดิม ของ KERRY899PLUS ,เคอรี่899พลัส ใช้รหัสเดิมได้ทันที
เว็บอันดับ 2 ⇔ เศรษฐี (Settee)
เว็บอันดับ 3 ⇔ มาชัวร์ (MASUREBET)
เว็บอันดับ 4 ⇔ หวยโชค (CHOK-CHILLHUAY)
สมาชิกเดิม ของ CHOK ใช้รหัสเดิมได้ทันที
เว็บอันดับ 5 ⇔ sunday53 [เว็บสาขา KERRY899 สุดยอดเว็บหวยในตำนาน]
เว็บอันดับ 6 ⇔ Hsod (หวยสด)
สมาชิกเดิม ของ Huaysod ,หวยสด ใช้รหัสเดิมได้ทันที
เว็บอันดับ 7 ⇔ THAILOTTO (ไทยล็อตโต้)
เว็บอันดับ 8 ⇔ ล๊อตโต้88 (Lotto88)
เว็บอันดับ 9 ⇔ รวยเร็ว (RUAYRAEW)
เว็บอันดับ 10 ⇔ LOTTO432
เว็บอันดับ 11 ⇔ 77LOTTO
เว็บอันดับ 12 ⇔ Huaylike (หวยไลค์)
เว็บอันดับ 13 ⇔ HuayHappy (หวยแฮปปี้)
อยู่บ้านนอนเล่นก็มีเงินเข้าบัญชี ทำได้จริงด้วย “การตลาดแบบพันธมิตร” ไม่ต้องมีสินค้าเป็นของตัวเอง
เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนถึงตื่นนอนมาแล้วมีเงินโอนเข้าบัญชีทั้งที่เมื่อคืนก็แค่นอนหลับอยู่บ้านเฉยๆ ไม่มีร้านค้า ไม่มีสินค้าเป็นของตัวเอง ไม่ต้องพูดคุยกับลูกค้าแม้แต่คนเดียว แต่เงินก็ยังไหลเข้ามาได้อย่างน่าอิจฉา
นั่นคือสิ่งที่คนทำ “การตลาดแบบพันธมิตร” หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ Affiliate Marketing ได้สัมผัสอยู่ทุกวัน
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักวิธีหารายได้รูปแบบนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ อธิบายแบบพี่สอนน้อง เข้าใจง่าย เริ่มต้นได้เลยแม้ไม่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจออนไลน์มาก่อน
การตลาดแบบพันธมิตรคืออะไรกันแน่
พูดให้เข้าใจง่ายที่สุดคือ คุณทำหน้าที่เป็น “นายหน้าออนไลน์” ให้กับสินค้าหรือบริการของคนอื่น
คุณไม่ต้องผลิตสินค้า ไม่ต้องสต็อกของ ไม่ต้องห่อพัสดุ ไม่ต้องรับเรื่องร้องเรียนลูกค้า หน้าที่ของคุณมีแค่อย่างเดียวคือ “ชี้ทางให้คนมาซื้อ” ผ่านลิงก์พิเศษที่ระบบออกให้คุณเฉพาะตัว เมื่อมีคนคลิกลิงก์นั้นแล้วซื้อสินค้า เงินค่าคอมมิชชั่นก็จะเข้ากระเป๋าคุณทันที
ระบบนี้มีผู้เกี่ยวข้องสามฝ่ายเสมอ ได้แก่
- เจ้าของสินค้า คือคนที่มีสินค้าหรือบริการและอยากให้คนอื่นช่วยขาย
- ผู้โปรโมท คือคุณ ที่จะนำลิงก์ไปแชร์ผ่านช่องทางออนไลน์ของตัวเอง
- ลูกค้า คือคนที่เห็นคอนเทนต์ของคุณแล้วสนใจซื้อสินค้านั้น
เท่านี้เองครับ ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด
ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงหันมาทางนี้กันเยอะขึ้น
1. รายได้ที่ไหลเข้าแม้ตอนหลับ
นี่คือจุดขายอันดับหนึ่งที่ใครได้ยินแล้วต้องสนใจ เมื่อคุณสร้างคอนเทนต์รีวิวสินค้าหรือเขียนบทความแนะนำไว้บนเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดีย มันจะทำงานให้คุณตลอด 24 ชั่วโมง คนที่เห็นโพสต์เก่าของคุณสามวันให้หลังแล้วตัดสินใจซื้อ คุณก็ยังได้ค่าคอมมิชชั่นอยู่ดี นี่แหละที่เรียกว่ารายได้แบบเสือนอนกิน
2. ลงทุนน้อยมากหรือแทบไม่ต้องลงทุนเลย
เปรียบกับการเปิดร้านค้าออนไลน์ที่ต้องสั่งของมาสต็อก ต้องจ่ายค่าจัดส่ง ต้องดูแลสินค้าไม่ให้เสียหาย การตลาดแบบพันธมิตรไม่มีต้นทุนในส่วนนั้นเลย สิ่งที่ต้องลงทุนมีเพียงเวลาและความพยายามในการสร้างคอนเทนต์ให้น่าสนใจ ซึ่งถ้าคุณมีสมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่องก็เริ่มได้แล้วตั้งแต่วันนี้
3. ทำจากที่ไหนก็ได้บนโลกนี้
ไม่ว่าจะอยู่บ้าน นั่งร้านกาแฟ หรือนอนพักผ่อนอยู่ต่างจังหวัด ตราบใดที่มีอินเทอร์เน็ตคุณก็ทำงานได้ ไม่มีเวลาเปิดปิด ไม่มีเจ้านายคอยจ้องสายตา ไม่ต้องรูดบัตรเข้าออฟฟิศ
4. ไม่ต้องรับเรื่องปวดหัวจากลูกค้า
เมื่อลูกค้าคลิกลิงก์ของคุณแล้วไปซื้อสินค้าที่ร้านของเจ้าของสินค้า ทุกอย่างหลังจากนั้นเป็นเรื่องของเขา ไม่ว่าจะเป็นการจัดส่ง การรับประกัน หรือการแก้ไขปัญหา คุณได้ค่าคอมมิชชั่นแล้วก็จบ
5. รายได้ไม่มีเพดาน
ทำดีมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย ไม่มีกฎว่าคุณหาได้สูงสุดเท่าไหร่ต่อเดือน บางคนที่ทำจนเชี่ยวชาญมีรายได้จากช่องทางนี้ทางเดียวเกินเงินเดือนงานประจำ จนลาออกมาทำเต็มตัวเลยก็มีให้เห็นไม่น้อย
เริ่มต้นยังไงถ้าไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน
ขั้นตอนที่ 1 สร้างช่องทางของตัวเองก่อน
ไม่จำเป็นต้องมีทุกช่องทาง เลือกที่คุณถนัดและมีคนติดตามอยู่แล้วก็พอ ไม่ว่าจะเป็นเฟสบุ๊ก เพจ, ไอจี, ติ๊กต็อก, ยูทูบ, หรือบล็อกส่วนตัว ทุกช่องล้วนเหมาะกับการทำการตลาดแบบพันธมิตรได้ทั้งนั้น สิ่งสำคัญคือต้องมีคนดูคอนเทนต์ของคุณก่อน
ขั้นตอนที่ 2 สมัครโปรแกรมพันธมิตรที่ต้องการ
ในไทยมีโปรแกรมให้เลือกมากมาย เช่น Lazada Affiliate, Shopee Affiliate, หรือโปรแกรมของบริษัทต่างๆ โดยตรง ส่วนใหญ่สมัครฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย แค่กรอกข้อมูลพื้นฐานก็ได้รับลิงก์พิเศษแล้ว
ขั้นตอนที่ 3 นำลิงก์ไปใส่ในคอนเทนต์อย่างชาญฉลาด
อย่าเพิ่งรีบเอาลิงก์ไปแปะทุกที่เหมือนสแปม ลิงก์ที่ดีควรอยู่ในบริบทที่เป็นธรรมชาติ เช่น หลังย่อหน้ารีวิวสินค้าที่คุณเพิ่งแนะนำไป หรือในส่วน “อยากได้เลยกดดูได้เลย” ท้ายโพสต์
ขั้นตอนที่ 4 รอเงินเข้าบัญชี
เมื่อมีคนซื้อผ่านลิงก์ของคุณ ระบบจะบันทึกยอดและโอนค่าคอมมิชชั่นให้คุณตามรอบที่แต่ละโปรแกรมกำหนด
ค่าตอบแทนมีกี่แบบ แบบไหนเหมาะกับคุณ
รูปแบบการจ่ายเงินแบ่งออกเป็นสามประเภทหลักที่ควรรู้จักไว้
จ่ายเมื่อขายได้ คือแบบที่พบบ่อยที่สุด คุณจะได้รับเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย เช่น สินค้าราคา 1,000 บาท คอมมิชชั่น 10% คุณได้ 100 บาทต่อออเดอร์ แบบนี้เหมาะกับคนที่มีฐานคนติดตามที่พร้อมซื้อสินค้าจริงๆ
จ่ายเมื่อมีคนสมัคร โปรแกรมบางประเภทจ่ายค่าตอบแทนเมื่อมีคนลงทะเบียนหรือสมัครสมาชิกผ่านลิงก์ของคุณ เช่น บัตรเครดิต ประกัน หรือแอปพลิเคชันต่างๆ บางครั้งให้ค่าตอบแทนต่อหัวสูงกว่าการขายสินค้าทั่วไปด้วยซ้ำ
จ่ายเมื่อมีคนคลิก แบบนี้ง่ายที่สุดเพราะแค่มีคนคลิกลิงก์ก็ได้เงินแล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้า แต่โดยทั่วไปค่าตอบแทนต่อคลิกมักไม่สูงนัก
6 เทคนิคที่ทำให้คอนเทนต์ขายของได้จริง
เทคนิคที่ 1 เลือกสินค้าที่คุณใช้จริงหรือสนใจจริง
คนดูรู้ทันทีเลยเมื่อผู้รีวิวพูดถึงสินค้าที่ตัวเองไม่เคยใช้ ความจริงใจในคอนเทนต์สร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่าการพูดเกินจริงทุกครั้ง
เทคนิคที่ 2 ใช้ช่องทางที่คุณมีอยู่แล้ว
ไม่ต้องไปเปิดช่องใหม่ที่ไม่มีคนติดตาม เริ่มจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว แม้จะมีผู้ติดตามแค่ไม่กี่ร้อยคนก็เริ่มได้ ขอแค่คนกลุ่มเล็กๆ ที่ไว้วางใจคุณจริงๆ ดีกว่าคนแสนคนที่ไม่สนใจสิ่งที่คุณแชร์
เทคนิคที่ 3 เริ่มจากสินค้าใกล้มือก่อน
ของที่คุณใช้อยู่ทุกวันคือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด รีวิวตามประสบการณ์จริงจะออกมาเป็นธรรมชาติ ไม่ดูยัดเยียด
เทคนิคที่ 4 คำนวณค่าคอมมิชชั่นก่อนโปรโมท
สินค้าราคาถูกขายง่ายกว่า แต่ต้องขายได้จำนวนมากถึงจะคุ้ม สินค้าราคาสูงอย่างอุปกรณ์ไอทีหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ค่าคอมมิชชั่นต่อชิ้นสูงกว่ามาก ถ้าฐานคนติดตามของคุณมีกำลังซื้อ สินค้าราคาสูงอาจทำเงินได้ดีกว่า
เทคนิคที่ 5 ใส่ลิงก์ในจุดที่เหมาะสม ไม่ใช่ทุกที่
การแปะลิงก์มากเกินไปทำให้คอนเทนต์ดูเป็นโฆษณาจ๋า ผู้อ่านจะรู้สึกถูกขายของทันทีและอาจปิดหน้าเว็บหนี ให้ใส่ลิงก์หลังย่อหน้าที่เพิ่งอธิบายข้อดีของสินค้าไป หรือในส่วนที่คนมักหยุดอ่านและต้องการข้อมูลเพิ่ม
เทคนิคที่ 6 สร้างตัวตนที่คนจำได้
อย่าเป็นแค่คนรีวิวสินค้าทั่วไป ให้คนรู้จักคุณในฐานะ “ผู้เชี่ยวชาญด้าน…” ไม่ว่าจะเป็นสายเทคโนโลยี สายความงาม สายของแต่งบ้าน หรือสายอาหาร คนจะติดตามคุณเพราะเชื่อมั่นในความเห็นของคุณ ไม่ใช่เพราะแค่เห็นลิงก์ขายของ
คำถามที่หลายคนถามก่อนเริ่ม
ต้องมีคนติดตามเยอะแค่ไหนถึงจะเริ่มได้
ไม่มีตัวเลขขั้นต่ำ บางคนมีผู้ติดตามแค่ไม่กี่ร้อยคนแต่มีอัตราการมีส่วนร่วมสูง คนในกลุ่มนั้นไว้วางใจและซื้อตามที่แนะนำ ได้ผลดีกว่าบัญชีที่มีผู้ติดตามหลายหมื่นแต่ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์ด้วยซ้ำ
ต้องใช้เวลานานแค่ไหนก่อนจะเห็นเงิน
ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอในการสร้างคอนเทนต์และขนาดของฐานคนติดตาม บางคนเห็นเงินภายในเดือนแรก บางคนใช้เวลาสามถึงหกเดือนก่อนที่ตัวเลขจะน่าพอใจ สิ่งสำคัญคืออย่าหยุดเพียงเพราะเดือนแรกยังไม่มีรายได้
ทำพร้อมงานประจำได้ไหม
ได้เลย นี่คือจุดแข็งอีกอย่างของการตลาดแบบพันธมิตร คุณทำนอกเวลางาน สร้างคอนเทนต์สัปดาห์ละสองถึงสามชิ้น แล้วปล่อยให้ลิงก์ทำงานแทนคุณ เมื่อรายได้เพิ่มขึ้นถึงระดับที่น่าพอใจค่อยตัดสินใจว่าจะทำเต็มตัวหรือไม่
สรุป ถึงเวลาแล้วที่จะให้อินเทอร์เน็ตทำงานแทนคุณ
การตลาดแบบพันธมิตรไม่ใช่การรวยทางลัดที่ไม่ต้องทำอะไร แต่มันคือระบบที่ถ้าคุณลงทุนเวลาสร้างคอนเทนต์ที่ดีในช่วงแรก งานที่คุณทำวันนี้จะยังคงสร้างรายได้ให้คุณไปอีกนานหลายเดือนหรือหลายปี
คุณไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด ไม่ต้องมีเงินลงทุน ไม่ต้องมีปริญญาด้านไอที สิ่งที่ต้องมีคือความสม่ำเสมอ ความจริงใจ และความพร้อมที่จะเรียนรู้จากการลองทำจริง
เริ่มจากสิ่งที่คุณรู้จักดีที่สุด สมัครโปรแกรมพันธมิตรที่ตรงกับสิ่งนั้น สร้างคอนเทนต์แรกแล้วแชร์ออกไป คุณไม่มีทางรู้เลยว่าลิงก์ที่คุณแปะไว้วันนี้จะเปลี่ยนชีวิตการเงินของคุณไปได้ขนาดไหน ถ้ายังไม่ลองทำ
คุณมีสินค้าหรือบริการในใจอยู่แล้วที่อยากลองโปรโมทไหม แชร์ในคอมเมนต์ได้เลย














