ผัวเมาเพี้ยน ปาดคอเมียคาวงเหล้า อ้างถูกลูกเลี้ยงต่อยก่อน คว้ามีดป้องกันตัวแต่พลาดไปโดนเมียรัก

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 20.16 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯ เมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุร้ายแรงจากพื้นที่ซอยบุญสัมพันธ์ 14 หมู่ที่ 10 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ว่ามีผู้หญิงถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีด ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณลำคอ หลังจากได้รับแจ้งเหตุ ทีมอาสาสมัครกู้ภัยพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรบางละมุง ได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ความช่วยเหลือและตรวจสอบสถานการณ์ เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นกลางชุมชน ทำให้ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงตกใจและรู้สึกไม่ปลอดภัย สถานที่เกิดเหตุและสภาพผู้ได้รับบาดเจ็บ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นเพิงพักอาศัยชั่วคราว มุงหลังคาด้วยสังกะสี บริเวณด้านหน้าบ้านพบผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งต่อมาทราบชื่อว่า นางสาวิตรี วิลเลียมส์ อายุ 56 ปี นอนอยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัส ได้รับบาดแผลจากอาวุธมีดปาดเข้าที่บริเวณลำคอด้านขวา แผลที่เกิดขึ้นมีลักษณะเป็นแผลเหวอะหวะ กว้างประมาณ 1 นิ้ว ตำแหน่งของบาดแผลอยู่ห่างจากลูกกระเดือกไม่ถึง 2 เซนติเมตร ถือว่าเป็นตำแหน่งที่อันตรายมาก หากมีดปาดลึกลงไปอีกเล็กน้อยอาจถึงแก่ชีวิตได้ เลือดไหลออกมาจำนวนมาก เปื้อนเต็มร่างกายของผู้เสียหาย ทีมกู้ภัยที่เดินทางมาถึงจึงรีบเข้าทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทำการห้ามเลือด และพยายามทำให้สภาพทั่วไปของผู้ได้รับบาดเจ็บคงที่ ก่อนที่จะรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาต่อ สภาพของผู้เสียหายในขณะนั้นถือว่าวิกฤตและต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน … Read more

“ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” บุกระยองช่วยสาว 19 ร้องถูกพ่อแท้ๆล่วงละเมิน-ทำร้ายครอบครัว แฟนหนุ่มยืนยันปกป้องถึงที่สุด

เมื่อเวลา 10.30 น. ของวันที่ 13 ตุลาคม 2568 ณ สถานีตำรวจภูธรบ้านค่าย จังหวัดระยอง พันตำรวจเอก ปราโมทย์ คงคาลัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านค่าย ได้ให้การต้อนรับและร่วมประชุมหารือกับทีมงานจากมูลนิธิเป็นหนึ่ง ที่นำโดย “ต้นอ้อ” ผู้ที่เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ช่วยเหลือสังคมและทำงานเพื่อปกป้องสิทธิของผู้ถูกละเมิด โดยในการประชุมครั้งนี้ได้มีหญิงสาววัย 19 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหายเข้าร่วมด้วย การประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อหารือถึงแนวทางการช่วยเหลือและคุ้มครองความปลอดภัยของผู้เสียหายและสมาชิกในครอบครัว รวมถึงการประสานงานกับเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อดำเนินการช่วยเหลือในด้านต่างๆ ตามอำนาจหน้าที่ และขั้นตอนทางกฎหมายที่จำเป็น สาเหตุที่ทำให้เรื่องนี้ได้รับความสนใจและความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความร้ายแรงและซับซ้อน โดยผู้เสียหายได้เปิดเผยว่าบิดาแท้ๆ ได้พยายามจะล่วงละเมิดน้องสาววัยเพียง 13 ปี อีกทั้งยังมีการใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกายมารดาและพี่น้องอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตัวเธอเองก็เคยเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดและความรุนแรงในครอบครัวมาก่อนหน้านี้แล้ว คำให้การของแฟนหนุ่มที่ยืนยันจะปกป้องถึงที่สุด นายณัฐวุฒิ หนุ่มวัย 20 ปี ซึ่งเป็นแฟนของหญิงสาวผู้เสียหาย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความห่วงใยและความมุ่งมั่นที่จะปกป้องแฟนสาวของตน โดยเล่าว่า ตนเองพึ่งได้ทราบเรื่องราวความจริงที่เจ็บปวดนี้เมื่อประมาณ 3 วันที่ผ่านมาเท่านั้น ว่าแฟนสาวของตนนั้นถูกพ่อแท้ๆ ล่วงละเมิดทางเพศมาตั้งแต่อดีต “ตอนที่รู้เรื่องครั้งแรก ผมรู้สึกโมโหมาก ผิดหวัง และเสียใจพร้อมๆ กัน ผมกับแฟนคบหากันมาได้ปีกว่าๆ … Read more

นักท่องเที่ยวไทยเปลือยกายเดินกลางเมืองเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือส่งโรงพยาบาล

ตามรายงานจากประชาชนที่พบเห็นเหตุการณ์ระบุว่า ช่วงประมาณ 22.00 น. ของคืนวันที่ 12 ตุลาคม มีชายหนุ่มรูปร่างค่อนข้างใหญ่ ไม่สวมใส่เสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียว เดินออกมาจากบริเวณถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ใกล้กับสี่แยกรินคำ ก่อนจะเดินข้ามแยกไปยังถนนนิมมานเหมินทร์ โดยมีท่าทางสับสน ไม่รู้ทิศทางที่แน่นอน และดูเหมือนจะอยู่ในอาการมึนเมาหรือขาดสติ ประชาชนตื่นตระหนก รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ การปรากฏตัวของชายหนุ่มในสภาพเปลือยกายท่ามกลางผู้คนจำนวนมากในย่านท่องเที่ยว ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่พบเห็นรู้สึกตกใจและกระวนกระวาย หลายคนรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพและวิดีโอเหตุการณ์ ซึ่งต่อมาได้มีการนำขึ้นเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ จนกลายเป็นกระแสและได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างกว้างขวาง ประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้รีบแจ้งเหตุไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุของตำรวจและหน่วยกู้ภัยกตัญญูธรรมกุศล มูลนิธิช่วยเหลือประชาชนที่ให้บริการในพื้นที่เชียงใหม่ เพื่อขอความช่วยเหลือและควบคุมสถานการณ์ก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดคิดหรือก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ก่อเหตุเองหรือบุคคลอื่น เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างระมัดระวัง เมื่อได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจในพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยกตัญญูธรรมกุศลได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว พบชายหนุ่มคนดังกล่าวยังคงเดินอยู่บริเวณถนนนิมมานเหมินทร์ในสภาพเปลือยกายและมีอาการสับสนไม่รู้ทิศทาง บางช่วงมีท่าทางก้าวร้าวและพูดจาไม่รู้เรื่อง แสดงให้เห็นว่าอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถควบคุมสติได้อย่างสมบูรณ์ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการอย่างระมัดระวังด้วยการพยายามเข้าไปพูดคุยและเกลี้ยกล่อมชายหนุ่มผู้ก่อเหตุด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและสงบ เพื่อไม่ให้เกิดการต่อต้านหรือกระทำการที่อาจเป็นอันตรายต่อตัวเองและผู้อื่น การดำเนินการใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอาการมึนเมาและขาดสติ ไม่สามารถเข้าใจคำพูดหรือสื่อสารได้ดีนัก ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่พยายามควบคุมสถานการณ์นั้น มีผู้คนจำนวนมากยืนดูและบันทึกภาพเหตุการณ์อยู่โดยรอบ เจ้าหน้าที่จึงต้องขอความร่วมมือจากประชาชนให้ถอยห่างออกไปเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยและช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่น รวมทั้งเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวและศักดิ์ศรีของผู้ประสบเหตุ นำผ้าเช็ดตัวคลุมร่างกายหลังเกลี้ยกล่อมสำเร็จ หลังจากที่เจ้าหน้าที่พยายามพูดคุยและเกลี้ยกล่อมอยู่นานกว่า 20 นาที ชายหนุ่มผู้ก่อเหตุก็เริ่มมีอาการสงบลงและสามารถรับฟังคำพูดของเจ้าหน้าที่ได้บ้าง เจ้าหน้าที่จึงได้นำผ้าเช็ดตัวมาคลุมปกปิดร่างกายให้เพื่อรักษาความสุภาพและศักดิ์ศรีของผู้ประสบเหตุ โดยชายหนุ่มยอมให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการโดยไม่มีการต่อต้านหรือขัดขืน สถานการณ์ค่อยๆ คลี่คลายและกลับสู่ภาวะปกติมากขึ้น เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามข้อมูลเบื้องต้นและติดต่อกับครอบครัวของผู้ก่อเหตุ ซึ่งพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในย่านใกล้เคียง เมื่อครอบครัวได้รับแจ้งก็รีบเดินทางมาที่จุดเกิดเหตุทันที โดยแสดงอาการตกใจและกังวลอย่างมากต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ครอบครัวขอให้ส่งโรงพยาบาลทันที เมื่อครอบครัวของชายหนุ่มมาถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งรายละเอียดของสถานการณ์ให้ทราบ … Read more

ตำรวจบุกจับหนุ่มประวัติโชน ชักปืนขู่กระชากพระเครื่องดัง 5 องค์ มูลค่า 3 แสนบาท พบมีหมายจับอื้อรอดำเนินคดี

พบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ผ่านมา ณ บริเวณร้านสะดวกซื้อในซอยรามอินทรา 58 แยก 2 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร โดยนายวิศิษฎ์พงษ์ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหา ได้ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า สีดำ-เทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน พาหญิงสาว 2 คน มาหยุดที่ร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อของ ในขณะที่กำลังอยู่ในร้าน ผู้ต้องหาได้สังเกตเห็นชายคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้เสียหาย สวมใส่สร้อยคอเงินห้อยพระเครื่องดังหลายองค์ ด้วยความเป็นคนที่มีความรู้ด้านพระเครื่องและเล็งเห็นว่าพระเครื่องที่ผู้เสียหายสวมใส่มีมูลค่าสูง ผู้ต้องหาจึงเข้าไปทักทายและขอชมพระเครื่องที่ห้อยอยู่ที่สร้อยคอของผู้เสียหายอย่างสุภาพในเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายซึ่งอาจรู้สึกไม่สบายใจหรือไม่ต้องการให้คนแปลกหน้าสัมผัสพระเครื่องมีค่าของตนจึงได้ปฏิเสธอย่างสุภาพ การปฏิเสธนี้กลับทำให้ผู้ต้องหาโกรธและเปลี่ยนพฤติกรรมทันที โดยได้หันมาเปิดเสื้อตรงบริเวณเอวเพื่อโชว์อาวุธปืนที่พกติดตัวไว้ เป็นการข่มขู่ให้เกิดความกลัว ปฏิบัติการจับกุมอย่างรวดเร็ว หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้เสียหายได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที โดย พลตำรวจโท สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้สั่งการให้ พลตำรวจตรี พัลลภ แอร่มหล้า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พลตำรวจตรี โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสำนักงานสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล และ พลตำรวจตรี เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครบาล 2 เร่งประสานงานติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาโดยเร็ว … Read more

ลุงวัย 58 คว้าขวานจามหัวพี่เขยชาวเมียนมาร์ดับคาบ้าน หลังเมาสุราทำร้ายพี่สาวจนทนไม่ไหว

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2568 เวลาประมาณค่ำคืน พ.ต.ท.ศิริชัย เจริญศิริ สารวัตรสอบสวนสภ.ประโคนชัย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายกันภายในบ้านเรือน และคาดว่าจะมีผู้เสียชีวิต จึงได้ประสานงานกับ พ.ต.อ.วิษณุ อาภรณ์พงษ์ ผู้กำกับการสภ.ประโคนชัย และ พ.ต.ท.นิวัตน์ อาทวัง รองผู้กำกับการฝ่ายสืบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยบ้านสองเมืองบุรีรัมย์ รีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุทันที สถานที่เกิดเหตุคือบ้านเลขที่ 124 หมู่ที่ 12 บ้านนสวายสอ ตำบลประโคนชัย อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวขนาดเล็กในหมู่บ้านชนบท อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 กิโลเมตร บริเวณนี้เป็นชุมชนเกษตรกรรม ผู้คนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ทำไร่ และรับจ้างทั่วไป บรรยากาศโดยทั่วไปเงียบสงบ ไม่ค่อยมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น สภาพที่เกิดเหตุพบศพนอนจมกองเลือด เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยเข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน พบสภาพที่น่าสะเทือนใจ ศพของชายสัญชาติเมียนมาร์ที่ชาวบ้านเรียกว่า “นายแขก” (ไม่ทราบชื่อนามสกุลที่แท้จริง เนื่องจากเป็นชาวต่างด้าวที่ไม่มีเอกสารประจำตัว) อายุประมาณ 60 ปี นอนหงายอยู่กลางพื้นห้องในบ้าน บริเวณศีรษะมีบาดแผลฉกรรจ์ลึก เลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมากและแฉะอยู่โดยรอบศพ จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ … Read more

แก๊สระเบิดกลางหมู่บ้านปทุมธานี คร่าชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บ 7 ราย โครงสร้างบ้านทรุดใส่เจ้าหน้าที่ดับเพลิง

ตามรายงานจากหน่วยงานกู้ภัยและหน่วยงาน Fire & Rescue Thailand ระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลา 07.10-07.15 น. ของวันที่ 11 ตุลาคม 2568 เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งเหตุแก๊สระเบิดภายในบ้านพักอาศัยในหมู่บ้านพนาสนธิ์ 9 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเยื้องสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี แหล่งข่าวจากพื้นที่เปิดเผยว่า เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียงตื่นตระหนก หลายคนวิ่งออกมาจากบ้านด้วยความตกใจ ขณะที่เปลวไฟลุกโหมขึ้นอย่างรวดเร็วจากจุดที่เกิดเหตุ มีควันดำโขมงลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก สถานการณ์ผู้ประสบภัย มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 6 ราย โดยได้รับการนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ยังพบผู้ติดค้างภายในบ้านอีก 1 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ยืนยันในภายหลังว่าผู้ติดค้างดังกล่าวเสียชีวิตแล้ว โดยร่างยังคงอยู่ในสภาพเดิมภายในบ้านที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม ในรายงานที่อัพเดทล่าสุด ระบุว่ามีผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นเป็น 7 ราย ซึ่งอาจรวมถึงเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากเหตุโครงสร้างบ้านทรุดตัวลงมาในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ด้วย สำหรับผู้บาดเจ็บที่ได้รับการนำส่งโรงพยาบาล เบื้องต้นมีทั้งบาดเจ็บเล็กน้อยจนถึงสาหัส โดยแพทย์และพยาบาลได้เข้าดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด ขณะที่ญาติพี่น้องของผู้ประสบเหตุต่างเดินทางมายังโรงพยาบาลด้วยความวิตกกังวล โครงสร้างบ้านแตกร้าว-ทรุดตัว คุกคามเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ประเด็นที่น่าวิตกอีกประการหนึ่งคือ ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังทำการดับเพลิงและเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย เจ้าหน้าที่ได้พบว่าโครงสร้างบางส่วนของบ้านที่เกิดเหตุมีการแตกร้าวและทรุดตัวลงมา สร้างอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากซากโครงสร้างที่พังทลายลงมา แม้ว่าจะไม่มีรายงานการบาดเจ็บสาหัส แต่เหตุการณ์นี้ยังคงเป็นความเสี่ยงที่สำคัญต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ทำให้ต้องมีการประเมินสถานการณ์และความปลอดภัยของพื้นที่ใหม่อย่างรอบคอบ … Read more

บุกจับ “โรงเรียนเถื่อน” เปิดสอนเด็กต่างด้าวกว่า 900 คน ครูถือใบอนุญาตกรรมกร-เจ้าของอ้างเป็นแค่ค่ายเยาวชน

การเข้าตรวจสอบในครั้งนี้เน้นไปที่จุดที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลท่าไม้ อำเภอกระทุ่มแบน โดยสถานที่แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นสถานศึกษาสำหรับนักเรียนไทย แต่ต่อมาได้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้ได้มีชาวบ้านในพื้นที่ยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาคร โดยระบุว่ามีการเปิดสถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์รับเด็กต่างชาติเข้ามาทำการเรียนการสอนจำนวนมาก ซึ่งอาจไม่ถูกต้องตามกฎหมาย พบเด็กต่างด้าวกว่า 900 คน พร้อมครูผู้สอน 27 คน เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 9 ตุลาคม 2568 คณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบสถานที่ดังกล่าวอย่างละเอียด พบว่าภายในอาคารคอนกรีต 3 ชั้น มีเด็กต่างด้าวอยู่เป็นจำนวนมากประมาณ 900 คน กระจายอยู่ตามห้องเรียนต่างๆ ทั้งชั้น 1, 2 และ 3 โดยเด็กเหล่านี้กำลังอยู่ในกิจกรรมการเรียนการสอนขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ นอกจากนี้ยังพบชาวต่างด้าวทั้งชายและหญิงอีกจำนวน 27 คน ซึ่งทำหน้าที่เป็นครูผู้สอนและผู้ดูแลเด็กเหล่านั้น เมื่อตรวจสอบเอกสารของชาวต่างด้าวทั้ง 27 คนนี้ พบว่าทุกคนถือใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยประเภท “กรรมกร” ซึ่งไม่ใช่ใบอนุญาทำงานประเภทครูหรือผู้ดูแลเด็ก ภาพที่พบเห็นภายในอาคารนั้นมีลักษณะคล้ายโรงเรียนทั่วไป มีการจัดห้องเรียน มีกระดานดำ โต๊ะเก้าอี้นักเรียน และอุปกรณ์การเรียนการสอนต่างๆ ครบครัน มีการแบ่งชั้นเรียนตามช่วงอายุของเด็ก และมีตารางเรียนที่ชัดเจน ซึ่งทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าสถานที่แห่งนี้มีลักษณะการดำเนินงานเป็นโรงเรียนอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ใช่เพียงแค่ค่ายเยาวชนหรือศูนย์กิจกรรมทั่วไปอย่างที่ผู้บริหารอ้าง ผู้บริหารอ้างเป็นค่ายเยาวชน … Read more

รวบขบวนการ “ป่วยทิพย์” ปลอมเอกสารแพทย์หลอกเคลมประกันสุขภาพเสียหายกว่า 3 แสนบาท

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ได้เข้าจับกุมผู้ต้องหาสามรายประกอบด้วย นายไพ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี, นายสรัฐ อายุ 47 ปี และนางสาวกุลธิดา อายุ 41 ปี ทั้งสามรายถูกจับกุมตามหมายจับของศาลอาญา ด้วยหมายจับเลขที่ 5053, 5054 และ 5058/2568 ลงวันที่ 2 กันยายน 2568 ในข้อหาความผิดหลายประการ ได้แก่ ฉ้อโกง, ปลอมและใช้เอกสารปลอม, เรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยโดยทุจริต และแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน จุดเริ่มต้นของคดี – บริษัทประกันแจ้งความ คดีนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เมื่อบริษัทประกันภัยสุขภาพแห่งหนึ่งได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนของสำนักงานป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หลังจากที่เจ้าหน้าที่ของบริษัทได้ตรวจพบพฤติการณ์ที่น่าสงสัยเกี่ยวกับการยื่นเอกสารใบรับรองแพทย์ที่มีลักษณะผิดปกติ เพื่อขอรับเงินค่าสินไหมทดแทนประกันสุขภาพ ในระยะแรก บริษัทประกันภัยได้เข้าใจว่าผู้เอาประกันภัยเหล่านั้นมีอาการเจ็บป่วยจริงตามที่ระบุในเอกสารทางการแพทย์ จึงได้ดำเนินการอนุมัติและจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันแต่ละรายในอัตรา 100,000 บาทต่อราย โดยเมื่อรวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดที่บริษัทได้จ่ายไปแล้ว พบว่ามีมูลค่ารวมกันมากกว่า 300,000 บาท ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก รูปแบบการดำเนินการของขบวนการ “ป่วยทิพย์” ต่อมาเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันภัยได้ทำการตรวจสอบเอกสารต่างๆ … Read more

หนุ่มวัย 23 ปี บุกทำร้ายแฟนสาววัย 19 ปี ต่อหน้าญาติ พร้อมขู่จะยิงให้หมดโม่ ตำรวจเร่งติดตามตัวดำเนินคดี

จากภาพที่บันทึกได้จากกล้องวงจรปิดหน้าร้านค้าซึ่งตั้งอยู่หน้าหอพักแห่งหนึ่งในอำเภอวังน้อย แสดงให้เห็นว่า หญิงสาววัย 19 ปี ได้ขี่รถจักรยานยนต์พร้อมกับย่าของเธอมาจอดหน้าร้าน เพื่อขอความช่วยเหลือหลังจากที่ถูกแฟนหนุ่มวัย 23 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ตามติดมาอย่างใกล้ชิด ในท่าทีที่ดูเหมือนจะไม่ยอมให้เธอหนีไปจากที่นั่น ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า หลังจากที่ชายหนุ่มจอดรถข้างๆ รถของหญิงสาว เขาได้ลงจากรถและเริ่มด่าทอหญิงสาวด้วยเสียงที่ดังจนคนรอบข้างได้ยิน จากนั้นเขาได้ทำท่าทางเดินไปที่รถจักรยานยนต์ของตนเอง พยายามเปิดเบาะรถเหมือนกำลังจะหยิบของบางอย่างออกมา ซึ่งภายหลังทราบว่าเป็นการข่มขู่ว่ามีอาวุธปืน การกระทำของชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้หยุดเพียงแค่การข่มขู่ด้วยวาจา เขาได้ก้าวเข้าไปหาหญิงสาวและใช้กำปั้นต่อยเข้าที่ใบหน้าของเธอหนึ่งครั้งอย่างรุนแรง จากนั้นยังได้ต่อยเข้าที่บริเวณหลังอีกถึง 3 ครั้งติดต่อกัน ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้น แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามปราม เนื่องจากท่าทีของชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะพกพาอาวุธติดตัว คำให้การของเจ้าของหอพักผู้พบเห็นเหตุการณ์ นายชยาพล อายุ 34 ปี เจ้าของหอพักและร้านค้าที่เกิดเหตุ ได้ให้การเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ขณะนั้นตนอยู่ภายในร้าน และได้เห็นหญิงสาวพร้อมกับย่าขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดหน้าร้านของตน หญิงสาวได้พูดเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือว่า “ช่วยด้วย” แต่เธอไม่กล้าพูดเสียงดังเกินไป เพราะกลัวว่าแฟนหนุ่มที่กำลังตามมาจะได้ยิน นายชยาพลเล่าว่า เขาสังเกตเห็นว่าหญิงสาวอยู่ในสภาพที่หวาดกลัวอย่างมาก จึงตัดสินใจแอบสังเกตเหตุการณ์จากหน้าจอกล้องวงจรปิดภายในร้าน โดยไม่รีบออกไปข้างนอกทันที เนื่องจากเห็นว่าชายหนุ่มที่ตามมามีท่าทีลุกลี้ลุกลน ดูเหมือนจะมีอาวุธติดตัว จึงไม่กล้าเสี่ยงออกไปเผชิญหน้าโดยตรง เมื่อได้ยินชายหนุ่มข่มขู่ด้วยคำพูดที่น่ากลัวว่า “จะยิงให้หมดโม่” นายชยาพลตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ จึงรีบโทรศัพท์แจ้งความไปยังสถานีตำรวจภูธรวังน้อยทันที พร้อมกันนั้นยังได้โทรติดต่อไปยังพ่อของหญิงสาวให้รีบมาช่วยเหลือลูกสาว และแจ้งให้ทราบถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น หลังจากที่แจ้งความแล้ว นายชยาพลได้หยิบไม้เบสบอลออกมา … Read more

จับเยาวชน 45 คน ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกลางถนน ใช้อาวุธปืน-ระเบิดปิงปองปาใส่กัน

เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 6 ตุลาคม 2568 เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยาอย่างหนัก เมื่อกลุ่มเยาวชนวัยรุ่นจำนวนมากได้ขับขี่รถจักรยานยนต์รวมกันมากกว่า 40 คัน มาชุมนุมกันบริเวณสี่แยกวัดกษัตราธิราช ตำบลบ้านป้อม อำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างต่อเนื่อง โดยนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาวิเคราะห์ พร้อมทั้งลงพื้นที่เพื่อสอบถามพยานและรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม จนกระทั่งในเวลา 00.30 น.ของวันที่ 8 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ได้ทั้งหมด 45 รายเข้ามาดำเนินคดี เยาวชนที่ถูกควบคุมตัวทั้งหมดมีอายุระหว่าง 13-18 ปี ซึ่งถือเป็นวัยที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ยึดของกลางเป็นรถจักรยานยนต์จำนวน 12 คัน ที่ใช้ในการก่อเหตุครั้งนี้ด้วย การจับกุมในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ คำให้การของผู้ต้องสงสัยเปิดเผยรายละเอียดการทะเลาะวิวาท จากการสอบสวนเบื้องต้น นายฟลุ๊ค (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในเยาวชนที่ถูกควบคุมตัว ได้ให้การว่า ในคืนวันเกิดเหตุ ตนเองและกลุ่มเพื่อนซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นจากบริเวณวัดแม่นางปลื้ม ได้ขี่รถจักรยานยนต์หลายคันออกจากที่พักมุ่งหน้าไปยังอำเภอเสนา แต่เมื่อขับรถมาถึงบริเวณสะพานวัดกษัตราธิราช ซึ่งอยู่ฝั่งวัดลอดช่อง ได้พบเห็นกลุ่มวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่งกำลังขี่รถออกมาจากปากทางข้างหน้า เมื่อทั้งสองกลุ่มเผชิญหน้ากัน ได้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทขึ้นทันที โดยมีการใช้อาวุธปืนยิงใส่กัน และมีการขว้างระเบิดปิงปองใส่ฝ่ายตรงข้าม … Read more