เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2568 ที่ห้องรับรององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและจริงจัง เมื่อผู้แทนจากสามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบการแพทย์ฉุกเฉินในจังหวัดอุดรธานี ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี บุคลากรจากโรงพยาบาลอุดรธานี กลุ่มงานฉุกเฉิน และทีมงานจากองค์การบริหารส่วนตำบลสามพร้าว ได้เดินทางเข้าพบนายศราวุธ เพชรพนมพร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี เพื่อยื่นเรื่องร้องเรียนและขอความเป็นธรรมในกรณีที่มีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดรายหนึ่งมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและก่อให้เกิดปัญหาต่อการทำงานของหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง
การเข้าพบในครั้งนี้มีนายภาณุมาศ จิตวศินกุล เจ้าของเพจ “เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย” ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ช่วยเหลือประชาชนและประสานงานกรณีความไม่เป็นธรรม ทำหน้าที่เป็นตัวแทนประสานงานนำคณะเจ้าหน้าที่ทั้งสามหน่วยงานเข้าพบนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี เพื่อนำเสนอปัญหาที่เกิดขึ้นและขอให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว
นายก อบจ.ยืนยันจุดยืนชัดเจน พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย
หลังจากรับฟังเรื่องร้องเรียนจากผู้แทนทั้งสามหน่วยงานอย่างละเอียด นายศราวุธ เพชรพนมพร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนและเด็ดขาดต่อหน้าผู้แทนทั้งสามหน่วยงานที่เข้ามาร้องเรียนว่า หากมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพบว่าสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดรายดังกล่าวมีการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับจริง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ทันที โดยไม่ต้องรอรับการอนุมัติหรือขออนุญาตใดๆ เพิ่มเติม
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานีได้ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนว่า ในฐานะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และจะยึดหลักความเป็นธรรมเป็นสำคัญในการดำเนินการ เพื่อให้ระบบการทำงานของหน่วยงานต่างๆ สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน การแสดงจุดยืนครั้งนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้แทนทั้งสามหน่วยงาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจังและเป็นธรรม
หัวหน้าหน่วยกู้ชีพเปิดใจ เผยเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น
นายณธกร แก้วชิน หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ องค์การบริหารส่วนตำบลสามพร้าว ได้เปิดเผยรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนั้นตนเองกำลังเดินทางไปปฏิบัติงานที่กรุงเทพมหานคร ได้รับรายงานจากทีมงานที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ว่า มีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดรายหนึ่งได้ทำการถ่ายทอดสดผ่านโซเชียลมีเดีย (ไลฟ์สด) วิจารณ์และกล่าวหาการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กู้ชีพในพื้นที่ โดยกล่าวอ้างว่าหน่วยงานในพื้นที่มีการ “กีดกัน” และไม่ยินดีให้สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดรายนี้เข้าร่วมช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ซึ่งคำกล่าวดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจและความเดือดร้อนแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างมาก
นายณธกรได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ในความเป็นจริงแล้ว สาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นในวันดังกล่าวเกิดจากการที่มีเหตุการณ์ผู้ป่วยฉุกเฉินเกิดขึ้นพร้อมกันสองจุด โดยทีมกู้ชีพของหน่วยงานได้ออกไปปฏิบัติงานรับผู้บาดเจ็บในเคสแรกก่อนหน้านี้แล้ว ตามคำสั่งที่ได้รับจากศูนย์ประสานงานการแพทย์ฉุกเฉิน หมายเลข 1669 ซึ่งเป็นขั้นตอนปฏิบัติงานตามมาตรฐานที่ถูกต้อง และในระหว่างที่ทีมกำลังปฏิบัติงานอยู่นั้น โทรศัพท์สายด่วนที่ใช้สำหรับรับแจ้งเหตุได้มีสายเรียกเข้ามาแต่ไม่สามารถรับได้ทันเวลา เนื่องจากเจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงานอยู่กับผู้ป่วยรายแรก
เมื่อญาติของผู้ประสบเหตุในเคสที่สองไม่สามารถติดต่อหน่วยกู้ชีพในพื้นที่ได้ จึงได้โทรศัพท์ไปขอความช่วยเหลือจากสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดรายนี้แทน จากนั้นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดรายดังกล่าวจึงได้ติดต่อประสานงานให้รถพยาบาลกู้ชีพของโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ออกไปรับผู้ประสบเหตุด้วยตัวเอง โดยไม่ได้ผ่านระบบการสั่งการจากศูนย์ 1669 ตามขั้นตอนที่ถูกต้อง และเมื่อทีมกู้ชีพขององค์การบริหารส่วนตำบลสามพร้าวเสร็จสิ้นภารกิจในเคสแรกและเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุในเคสที่สอง จึงถูกกล่าวหาว่าเดินทางมาถึงล่าช้าและไม่ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชน
ปัญหาซ้ำซากที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
นายณธกรได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่สำคัญว่า เหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและต่อเนื่อง โดยสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดรายนี้มักจะอ้างว่าญาติของผู้ประสบเหตุได้โทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือโดยตรง จากนั้นจึงลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่ก่อน แล้วจึงโทรแจ้งไปยังศูนย์ประสานงานการแพทย์ฉุกเฉินในภายหลัง ซึ่งวิธีการดังกล่าวขัดต่อขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอย่างสิ้นเชิง
หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ขององค์การบริหารส่วนตำบลสามพร้าวได้เน้นย้ำว่า ขั้นตอนที่ถูกต้องและเป็นมาตรฐานในการขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉิน คือ ประชาชนหรือผู้ประสบเหตุควรโทรศัพท์ไปที่หมายเลข 1669 โดยตรง เพื่อให้ศูนย์ประสานงานการแพทย์ฉุกเฉินสามารถประเมินสถานการณ์และสั่งการให้หน่วยปฏิบัติงานที่เหมาะสมและใกล้ที่สุดเดินทางไปให้การช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและเป็นไปตามมาตรฐาน การที่มีบุคคลอื่นเข้ามาเป็นตัวกลางหรือประสานงานแทนอาจทำให้เกิดความล่าช้าและไม่เป็นไปตามระบบมาตรฐานที่กำหนดไว้
รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยืนยันเร่งตรวจสอบ
แพทย์หญิงสืบศิริ บัณฑิตภิรมย์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี ในฐานะผู้แทนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ได้ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานีได้รับเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการแล้ว และจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรวดเร็วและละเอียดรอบคอบ โดยจะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นสำคัญหลายประเด็น ได้แก่ การใช้งานรถฉุกเฉินว่ามีการนำรถฉุกเฉินของทางราชการไปใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ การตรวจสอบคุณสมบัติและความเหมาะสมของบุคลากรที่เข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่เหตุการณ์ว่าเป็นบุคลากรที่ได้รับการรับรองและมีคุณสมบัติตามหลักวิชาชีพและมาตรฐานการแพทย์ฉุกเฉินหรือไม่
รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานีได้ย้ำอย่างชัดเจนว่า หากการตรวจสอบพบว่ามีการนำรถฉุกเฉินที่ไม่ได้รับอนุญาตตามระเบียบออกไปรับส่งผู้ป่วยหรือใช้งานในลักษณะอื่นๆ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการผ่อนปรนหรือให้ความผ่อนผันใดๆ เพื่อเป็นบรรทัดฐานและป้องกันไม่ให้มีการกระทำที่ผิดระเบียบเกิดขึ้นอีกในอนาคต
แพทย์หญิงสืบศิริได้เพิ่มเติมว่า ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีเคยมีเหตุการณ์ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันนี้เกิดขึ้นมาก่อนในอดีต และเมื่อครั้งนั้นสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ารับการอบรมและชี้แจงเกี่ยวกับระเบียบ ขั้นตอน และมาตรฐานการปฏิบัติงานทางการแพทย์ฉุกเฉินที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก แต่ปรากฏว่ายังคงมีปัญหาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข้อแนะนำสำหรับผู้มีจิตอาสา
แพทย์หญิงสืบศิริ บัณฑิตภิรมย์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี ได้ฝากข้อความถึงผู้ที่มีจิตอาสาและมีความตั้งใจดีในการช่วยเหลือประชาชนทุกคนว่า ความตั้งใจที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และประชาชนในพื้นที่เป็นสิ่งที่ดีและควรได้รับการยกย่องชื่นชม แต่การช่วยเหลือดังกล่าวจะต้องอยู่บนพื้นฐานที่ถูกต้องและเหมาะสม นั่นคือ ต้องมีความรู้ความสามารถที่เพียงพอ มีการฝึกอบรมที่ถูกต้อง และดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนดไว้ เพื่อไม่ให้การช่วยเหลือที่มีเจตนาดีกลับกลายเป็นผลเสียต่อผู้ป่วยหรือผู้ประสบเหตุ และเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต่อระบบการแพทย์ฉุกเฉินโดยรวมของประเทศ
รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดได้ระบุด้วยว่า หลังจากที่การตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้เสร็จสิ้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานีจะดำเนินการส่งเรื่องพร้อมรายละเอียดและหลักฐานที่ได้จากการตรวจสอบไปยังสำนักงานคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เพื่อพิจารณาดำเนินการตามลำดับขั้นตอนต่อไป ซึ่งอาจรวมถึงการพิจารณามาตรการทางวินัยหรือการดำเนินการทางกฎหมายหากพบว่ามีการกระทำที่ผิดระเบียบหรือกฎหมายจริง
ประวัติและพฤติกรรมของสมาชิกสภาที่ถูกร้องเรียน
จากการสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม ผู้สื่อข่าวได้รับทราบว่า สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดรายที่ถูกร้องเรียนในครั้งนี้ มีประวัติที่น่าสนใจหลายประการ โดยในอดีตบุคคลดังกล่าวเคยลงสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ของประเทศ อย่างไรก็ตาม ในภายหลังได้ถูกคณะกรรมการพรรคตัดสินใจให้พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรค เนื่องจากมีพฤติกรรมและการกระทำที่ขัดต่อมติของพรรคและไม่เป็นไปตามระเบียบวินัยของพรรคการเมือง
นอกจากนี้ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดรายนี้ยังเคยตกเป็นข่าวและถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในพื้นที่จากกรณีที่เคยเกิดเหตุการณ์โต้เถียงและมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมภายในห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลอุดรธานี ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญและต้องรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างเคร่งครัด การกระทำดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวได้เงียบหายไปในภายหลัง โดยไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการหรือผลที่ตามมาจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น
ความพยายามในการติดต่อเพื่อรับฟังอีกด้านหนึ่ง
ในฐานะที่เป็นสื่อมวลชนที่ต้องการนำเสนอข่าวสารอย่างครอบคลุมและเป็นธรรม ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปยังสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่ถูกกล่าวถึงและถูกร้องเรียนในครั้งนี้ เพื่อขอรับฟังความคิดเห็นและคำชี้แจงจากอีกด้านหนึ่งของเหตุการณ์ ในเบื้องต้นเมื่อผู้สื่อข่าวโทรศัพท์ติดต่อไป สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดรายดังกล่าวได้รับสายและแสดงความยินดีที่จะให้สัมภาษณ์ ซึ่งทำให้คาดหวังว่าจะได้รับฟังคำอธิบายและมุมมองจากผู้ที่ถูกกล่าวหา
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับประเด็นการถูกร้องเรียนและพฤติกรรมที่ถูกกล่าวหา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดรายดังกล่าวกลับตัดสายโทรศัพท์ทิ้งกลางคัน โดยไม่ได้ให้คำชี้แจงหรือตอบคำถามใดๆ เลย และเมื่อผู้สื่อข่าวพยายามโทรศัพท์ติดต่อกลับไปอีกหลายครั้งติดต่อกัน ก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย เนื่องจากสายไม่ว่างหรือไม่มีการรับสาย การกระทำดังกล่าวทำให้ไม่สามารถนำเสนอมุมมองและคำชี้แจงจากผู้ที่ถูกกล่าวหาได้ในครั้งนี้
ผลกระทบต่อระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่สำคัญของระบบการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีบุคคลที่ไม่มีหน้าที่โดยตรงเข้ามาแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการฝึกอบรมมาอย่างถูกต้อง การกระทำดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ นอกจากนี้ การวิจารณ์และกล่าวหาเจ้าหน้าที่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์โดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสายตาของประชาชน และสร้างความท้อแท้ให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ
ระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทยได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและมีมาตรฐานที่ชัดเจน โดยมีศูนย์ประสานงานการแพทย์ฉุกเฉิน หมายเลข 1669 เป็นศูนย์กลางในการรับแจ้งเหตุและประสานการให้ความช่วยเหลือ การที่มีบุคคลหรือหน่วยงานที่ไม่อยู่ในระบบเข้ามาดำเนินการโดยไม่ผ่านขั้นตอนที่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดความสับสนและไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้
บทเรียนและแนวทางแก้ไข
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการทำความเข้าใจอย่างชัดเจนเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่าย สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายและตรวจสอบการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ไม่ใช่การเข้าไปแทรกแซงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในสายงานปฏิบัติการโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน
การที่จะเข้าไปช่วยเหลือในเหตุการณ์ฉุกเฉิน ผู้ช่วยเหลือจะต้องมีความรู้ ความสามารถ และการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าการให้ความช่วยเหลือนั้นจะไม่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วยและเป็นไปตามมาตรฐานสากล การมีจิตอาสาและความตั้งใจดีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่มีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการให้การช่วยเหลือทางการแพทย์
การติดตามและคาดการณ์
ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี โรงพยาบาลอุดรธานี และองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี กำลังดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อหาข้อยุติในกรณีนี้ การตรวจสอบจะครอบคลุมทั้งประเด็นการใช้รถฉุกเฉินโดยไม่ได้รับอนุญาต การขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และการกล่าวหาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่อาจไม่ตรงต่อความเป็นจริง
คาดว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้า จะมีความชัดเจนเกี่ยวกับผลการตรวจสอบและมาตรการที่จะดำเนินการต่อไป หากพบว่ามีการกระทำที่ผิดระเบียบหรือกฎหมายจริง ผู้ที่เกี่ยวข้องอาจต้องเผชิญกับการดำเนินการทางวินัยหรือทางกฎหมายตามความเหมาะสม ซึ่งจะเป็นบทเรียนสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต
เหตุการณ์นี้ยังเป็นการเตือนใจให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับงานบริการสาธารณะต้องยึดมั่นในหลักการทำงานที่ถูกต้อง เคารพในระเบียบวินัยและขั้นตอนการทำงานที่กำหนดไว้ รวมถึงต้องมีความรับผิดชอบต่อคำพูดและการกระทำของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่สื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทสำคัญ การกล่าวหาหรือวิจารณ์ใครโดยไม่มีข้อเท็จจริงที่เพียงพออาจสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและขวัญกำลังใจของผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้อง
ทั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีและผู้ที่สนใจกำลังติดตามเหตุการณ์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเพื่อให้ระบบการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่สามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนทุกคนในพื้นที่