กัมพูชาเปิดตัว “พันโท วานน์” ทหารรถถังหญิงสู้ “ผู้กองอะตอม” ไทย

Table of Contents

ชาวโซเชียลกัมพูชาเชิดชูทหารหญิงฝีมือดี หลังกระแสผู้กองอะตอมโด่งดัง

หลังจากที่ชาวไทยต่างพากันชื่นชม ร้อยเอกหญิง ปวิชญา วลีสุขสันต์ หรือ “ผู้กองอะตอม” ผู้ช่วยโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะทหารหญิงที่กล้าหาญ จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา เมื่อเธอชี้นิ้วห้ามปรามทหารกัมพูชานายหนึ่งให้เดินกลับออกไป หลังจากพยายามขัดขวางสื่อมวลชนที่เดินทางมากับคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (Interim Observer Team: IOT) จาก 8 ประเทศสมาชิกอาเซียน ในการลงพื้นที่บริเวณช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ ร้อยเอกหญิง ปวิชญา กลายเป็น “ฮีโร่” ในสายตาคนไทย และได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย ล่าสุดฝั่งโซเชียลกัมพูชาไม่ยอมน้อยหน้า จึงนำเสนอทหารหญิงฝั่งตัวเองอย่าง “พันโท วานน์ สเรยเชีย” มาประชันบ้าง โดยเน้นย้ำว่าเธอไม่ใช่ทหารหญิงธรรมดา แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านรถถังที่ผ่านการฝึกอบรมจากต่างประเทศด้วย

“พันโท วานน์” ผู้เชี่ยวชาญรถถังหญิงคนแรกของกัมพูชา

พันโท วานน์ สเรยเชีย ถือเป็นทหารหญิงที่มีความโดดเด่นในกองทัพกัมพูชา โดยเฉพาะในด้านความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับรถถัง ซึ่งถือเป็นสาขาที่ทหารหญิงมักไม่ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานมากนัก ข้อมูลจากสื่อกัมพูชาระบุว่า เธอผ่านการศึกษาจากต่างประเทศและได้รับประกาศนียบัตรรับรองความเชี่ยวชาญจากสถาบันทางทหารชั้นนำ โดยมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายประกาศนียบัตรที่คาดว่าออกโดยสถาบันทางทหารของจีน

มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอบนโซเชียลมีเดียของกัมพูชา ซึ่งมีแคปชั่นว่า “ผู้หญิงกัมพูชาผันตัวมาเป็นครูฝึกรถถัง” แสดงให้เห็นการฝึกของหน่วยรถถังที่พันโท วานน์ เป็นผู้ควบคุมดูแล ในคลิปยังมีบทสัมภาษณ์ของเธอที่เล่าถึงประสบการณ์การฝึกอบรมในต่างประเทศและความภาคภูมิใจที่ได้ถ่ายทอดความรู้ให้กับทหารรุ่นใหม่ทั้งชายและหญิงของกัมพูชา

ประวัติการศึกษาและการฝึกอบรมที่น่าประทับใจ

ข้อมูลที่ถูกเผยแพร่โดยชาวโซเชียลกัมพูชาระบุว่า พันโท วานน์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์ทหารจากสถาบันทหารในกัมพูชา ก่อนจะได้รับทุนไปศึกษาต่อด้านยุทธวิธีทหารม้าและรถถังในต่างประเทศ โดยมีการเน้นย้ำว่าเธอเป็นทหารหญิงคนแรกของกัมพูชาที่ได้รับโอกาสนี้

นอกจากนี้ พันโท วานน์ ยังผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรพิเศษเกี่ยวกับการซ่อมบำรุงรถถังและยุทธวิธีการรบด้วยรถถังในสภาพภูมิประเทศต่างๆ รวมถึงการฝึกภาคสนามร่วมกับกองทัพมิตรประเทศ ซึ่งทำให้เธอมีประสบการณ์ที่หลากหลายและเป็นที่ยอมรับในวงการทหารของกัมพูชา

บทบาทสำคัญในฐานะผู้ฝึกสอนทหารรุ่นใหม่

ปัจจุบัน พันโท วานน์ ทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนประจำหน่วยรถถังของกองทัพกัมพูชา โดยรับผิดชอบในการถ่ายทอดความรู้และทักษะให้กับทหารทั้งชายและหญิง ในคลิปที่เผยแพร่ เธอเล่าว่ามีความภูมิใจที่ได้เห็นทหารหญิงรุ่นใหม่ของกัมพูชาสนใจเข้ามาเรียนรู้ในสายงานที่เคยถูกมองว่าเป็นงานของทหารชายเท่านั้น

“การเป็นทหารรถถังไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศ แต่อยู่ที่ความมุ่งมั่นและการฝึกฝน” พันโท วานน์ กล่าวในคลิปดังกล่าว “ดิฉันเชื่อว่าทหารหญิงสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่แพ้ทหารชาย โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีทางทหารมีความก้าวหน้ามากขึ้น”

ปฏิกิริยาของชาวโซเชียลต่อการเปรียบเทียบสองทหารหญิง

การนำเสนอประวัติและความสามารถของ พันโท วานน์ โดยชาวโซเชียลกัมพูชา เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่นานหลังจากที่ ผู้กองอะตอม ของไทยได้รับความนิยมอย่างมาก จึงไม่น่าแปลกใจที่มีการเปรียบเทียบระหว่างทหารหญิงทั้งสองนาย

ในโซเชียลมีเดียของกัมพูชา มีการแชร์ภาพและข้อมูลของพันโท วานน์ พร้อมกับข้อความที่สื่อถึงความภาคภูมิใจที่กัมพูชาก็มีทหารหญิงที่มีความสามารถโดดเด่นไม่แพ้ชาติใด ขณะที่ฝั่งไทยก็มีการแสดงความคิดเห็นหลากหลาย บางส่วนชื่นชมความสามารถของทหารหญิงทั้งสองประเทศ ในขณะที่บางส่วนมองว่าเป็นการพยายามสร้างกระแสเพื่อแข่งขันกันโดยไม่จำเป็น

ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาในบริบทปัจจุบัน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะในบริเวณช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการตรวจสอบโดยคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) จากประเทศสมาชิกอาเซียน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 มีรายงานว่าคณะ IOT ได้ลงพื้นที่บริเวณช่องจุ๊ปตะโมก และพบทุ่นระเบิดใหม่อีกลูกหนึ่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน

บทบาทของทหารหญิงในกองทัพสมัยใหม่

กรณีของผู้กองอะตอมและพันโท วานน์ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของทหารหญิงในกองทัพสมัยใหม่ของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในอดีตมักถูกจำกัดให้ทำงานในตำแหน่งสนับสนุนเท่านั้น

ปัจจุบัน ทั้งกองทัพไทยและกองทัพกัมพูชาต่างก็เปิดโอกาสให้ทหารหญิงได้แสดงศักยภาพในหลากหลายตำแหน่ง รวมถึงในหน่วยงานที่เคยถูกมองว่าเป็นพื้นที่ของทหารชายโดยเฉพาะ เช่น หน่วยรถถัง การปฏิบัติการพิเศษ หรือแม้แต่ตำแหน่งโฆษกที่ต้องเผชิญหน้ากับสื่อมวลชนและสาธารณชน

ทหารหญิงกับการทลายกำแพงความเท่าเทียมทางเพศในวงการทหาร

การที่ทั้ง ผู้กองอะตอม และ พันโท วานน์ ได้รับความสนใจจากสาธารณชนในประเทศของตน สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการยอมรับบทบาทของทหารหญิงในสังคม แม้ว่าวงการทหารจะถูกมองว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเป็นชายเป็นหลักมาโดยตลอด

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงหลายท่านให้ความเห็นว่า ทหารหญิงมีคุณสมบัติเฉพาะที่เป็นประโยชน์ต่อกองทัพสมัยใหม่ โดยเฉพาะในด้านการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการสื่อสาร ซึ่งเป็นทักษะที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าความแข็งแกร่งทางกายภาพ

วัฒนธรรมโซเชียลมีเดียกับการสร้างวีรบุรุษและวีรสตรี

ปรากฏการณ์ที่ทั้ง ผู้กองอะตอม และ พันโท วานน์ กลายเป็นที่สนใจในโซเชียลมีเดียภายในระยะเวลาอันสั้น ยังสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของสื่อสังคมออนไลน์ในการสร้างวีรบุรุษและวีรสตรีในยุคปัจจุบัน

การที่ภาพของผู้กองอะตอมที่กำลังชี้นิ้วสั่งทหารกัมพูชากลายเป็นภาพที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวาง แสดงให้เห็นถึงพลังของภาพถ่ายเพียงภาพเดียวที่สามารถสร้างเรื่องราวและความรู้สึกร่วมในวงกว้างได้ เช่นเดียวกับคลิปวิดีโอของพันโท วานน์ ที่ถูกนำมาเผยแพร่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อสร้างกระแสตอบโต้

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ดร.สมชาย วงศ์ประเสริฐ นักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่ง ให้ความเห็นว่า “การที่ชาวโซเชียลของทั้งสองประเทศต่างพยายามนำเสนอภาพลักษณ์ที่ดีของทหารประเทศตน เป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในแง่ของความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา”

“ในขณะที่มีความตึงเครียดในระดับนโยบายและปฏิบัติการในพื้นที่ชายแดน การที่ประชาชนทั้งสองฝ่ายแสดงความภาคภูมิใจในทหารของประเทศตนผ่านโซเชียลมีเดีย ก็สะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกชาตินิยมที่ยังคงมีอยู่อย่างเข้มข้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นการแสดงออกในรูปแบบที่สร้างสรรค์มากกว่าการโจมตีหรือดูหมิ่นอีกฝ่าย” ดร.สมชาย กล่าวเพิ่มเติม

อนาคตของความร่วมมือทางทหารในภูมิภาคอาเซียน

ในขณะที่มีการเปรียบเทียบระหว่างทหารหญิงของทั้งสองประเทศ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในภูมิภาคมองว่า ในอนาคตอันใกล้ กองทัพของประเทศในอาเซียนควรเพิ่มความร่วมมือระหว่างกันมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านการฝึกอบรมและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้

“การที่ทั้งผู้กองอะตอมและพันโท วานน์ ต่างก็ได้รับการยอมรับในศักยภาพของตน เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าทั้งสองประเทศมีความก้าวหน้าในการพัฒนาบุคลากรทางทหาร” นายพันเอก วิชัย (นามสมมติ) อดีตนายทหารระดับสูงท่านหนึ่ง กล่าว “หากสามารถนำความสามารถเหล่านี้มาร่วมมือกันแทนที่จะมุ่งแข่งขัน ก็จะเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของภูมิภาคโดยรวม”

บทสรุป: เมื่อทหารหญิงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความภาคภูมิใจของชาติ

การที่ทหารหญิงอย่าง ผู้กองอะตอม และ พันโท วานน์ กลายเป็นตัวแทนของความภาคภูมิใจของประชาชนในประเทศของตน แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการสำคัญในการยอมรับบทบาทของผู้หญิงในวงการทหาร และสะท้อนถึงค่านิยมของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

ในขณะที่ความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนยังคงดำเนินอยู่ และคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) ยังคงปฏิบัติภารกิจในการตรวจสอบพื้นที่ การที่ประชาชนทั้งสองฝ่ายหันมาให้ความสนใจกับเรื่องราวของทหารหญิงที่มีความสามารถ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการมองเห็นจุดร่วมและการเคารพซึ่งกันและกัน แม้จะอยู่ท่ามกลางความแตกต่างและความขัดแย้งก็ตาม

ไม่ว่าจะเป็น ผู้กองอะตอม ที่กล้าหาญในการปกป้องสิทธิของสื่อมวลชน หรือ พันโท วานน์ ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าผู้หญิงสามารถเชี่ยวชาญในงานที่เคยถูกมองว่าเป็นของผู้ชาย ทั้งสองต่างเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการก้าวข้ามข้อจำกัดและอุปสรรคเพื่อบรรลุความฝันของตนเอง ไม่ว่าจะอยู่ในวิชาชีพใดก็ตาม

ในท้ายที่สุด เรื่องราวของทหารหญิงทั้งสองนายนี้ อาจเป็นมากกว่าการแข่งขันระหว่างสองประเทศบนโซเชียลมีเดีย แต่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ซึ่งผู้หญิงกำลังได้รับการยอมรับมากขึ้นในทุกวงการ รวมถึงในกองทัพซึ่งเคยเป็นพื้นที่ที่ถูกครอบงำโดยผู้ชายมาเป็นเวลานาน