“หนิง-มะตูม” ลุกฟาดแทน! ดราม่าแซะ “อั้ม พัชราภา” รวยแล้วเปิดตลาดทำไม หรือไม่มีงานแล้ว?

ความเป็นไปในวงการบันเทิงไทยครั้งล่าสุดกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ เมื่อซุปตาร์ตัวแม่ อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ได้เปิดตัวธุรกิจใหม่ภายใต้ชื่อ “ตลาด Aum Aum” ที่ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ แต่กลับเจอกับดราม่าจากชาวเน็ตที่เข้ามาวิจารณ์ถึงเหตุผลในการทำธุรกิจนี้ ทำให้เพื่อนสนิทอย่าง หนิง ปณิตา และ ดีเจมะตูม ต้องออกมาให้การต่อสู้และแก้ต่างแทนอย่างจริงจัง จุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นเมื่ออั้ม พัชราภา ได้เปิดตัวโครงการตลาดใหม่ที่เป็นการรวมตัวของร้านอาหารและสินค้าคุณภาพจากเพื่อนดาราและพ่อค้าแม่ขายต่างๆ มากมาย ภายในงานมีการจัดบูธขายของที่หลากหลาย ตั้งแต่อาหารท้องถิ่น ขนมหวาน ไปจนถึงสินค้าแฟชั่น โดยมีดาราและนักแสดงชื่อดังหลายคนมาร่วมออกบูธด้วย ตลาด Aum Aum นี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคในช่วงแรก ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและราคาที่เป็นมิตรกับกระเป๋าเงิน แต่ไม่นานหลังจากนั้น ก็เริ่มมีชาวเน็ตบางกลุ่มเข้ามาแสดงความคิดเห็นในทางลบ โดยตั้งคำถามถึงเหตุผลที่อั้ม พัชราภา ซึ่งเป็นดาราที่มีฐานะการเงินมั่นคง จะต้องมาทำธุรกิจขายของในห้างสรรพสินค้า คอมเมนต์ที่จุดชนวนที่ทำให้เกิดดราม่าครั้งนี้คือ “รวยแล้วก็ มาเปิดตลาดอีกเหรอคะ เป็นดารารวยมีบ้านเป็นเป็นร้อย ๆ ล้าน” และ “สงสัยดาราไม่มีงานแล้วค่ะมาขายของในห้าง” ซึ่งข้อความเหล่านี้ได้รับการแชร์และมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อเนื่องมากมาย ดีเจมะตูม ออกโรงแก้ต่างอย่างยาวเหยียด ในฐานะเพื่อนสนิทที่ไม่สามารถนิ่งเฉยได้ ดีเจมะตูม ได้ออกมาโพสต์ข้อความแก้ต่างให้อั้ม พัชราภา อย่างละเอียดและมีเหตุผล … Read more

คลาวเดีย จักรพันธุ์ เปิดใจสู้คดีหย่า นักธุรกิจพม่า พร้อมฟ้องมือที่สามทำลายรัก 17 ปี

คลาวเดียเปิดเผยว่าความสัมพันธ์กับสามีนักธุรกิจชาวพม่าของเธอมีมานานถึง 17 ปี โดยทั้งคู่อยู่ด้วยกันก่อนที่จะแต่งงานอย่างเป็นทางการ สิ่งที่ทำให้เธอเจ็บปวดที่สุดคือเวลาที่ใช้ร่วมกันมานาน และความทรงจำดีๆ ที่สร้างขึ้นมาตลอดเกือบสองทศวรรษ “ความสัมพันธ์กับสามีเกือบ 2 ทศวรรษ อยู่กันก่อนแต่ง นับถึงตอนนี้กำลังจะ 17 ปี หนักตรงเวลาที่ใช้ร่วมกันมา” คลาวเดียกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้า ขณะเดียวกันเธอก็เผยว่าตนไม่ได้โกรธใครแล้ว และได้ให้อภัยทุกคนแล้ว โดยสวดมนต์และอโหสิกรรมให้ทุกวัน ความจริงที่เก็บซ่อนไว้นาน เหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิตของคลาวเดียพลิกผันอย่างสิ้นเชิงเกิดขึ้นเมื่อต้นปี 2567 เมื่อเธอได้ค้นพบความจริงที่สามีมีความสัมพันธ์กับบุคคลที่สาม เรื่องราวนี้ทำให้เธอต้องเผชิญกับความทรมานทางจิตใจอย่างหนัก จนกระทั่งน้ำหนักลดลงไป 6 กิโลกรัม และต้องพึ่งพายานอนหลับ “คลาวเดียรู้มานาน ถามแล้ว 5 รอบ ไม่ได้คำตอบ” เธอเล่าถึงความพยายามในการสื่อสารกับสามี แต่กลับไม่ได้รับการตอบสนองที่เหมาะสม ทำให้ในที่สุดเธอต้องตัดสินใจขอความเป็นธรรมจากศาล ความทรมานของคลาวเดียในช่วงปีที่แล้วรุนแรงมาก เธอเผยว่า “ตอนนั้นสองฝ่ายเขาไม่รู้ว่าคลาวเดียรู้ ตอนนี้คิดว่าสองฝ่ายรู้แล้วน่าจะทุกข์ใจแล้ว อยากให้จบ จะได้แยกย้ายกันไป” เปรียบเทียบกับการหย่าครั้งก่อน คลาวเดียเปรียบเทียบสถานการณ์ครั้งนี้กับการหย่าครั้งก่อนกับสามีคนแรก พี่แป๋ม อรรคพร วิจิตรานนท์ ซึ่งมีสาเหตุจากการเข้ากันไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องมือที่สาม การหย่าครั้งนั้นจบลงด้วยความสงบและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สามีเก่าได้ช่วยเหลือในการดาวน์คอนโดให้ด้วย และเธอก็ขายแหวนแต่งงานได้ “แต่อันนี้เราพยายามพูดมา เกิดความไม่เข้าใจ” เธออธิบายความแตกต่างระหว่างการหย่าทั้งสองครั้ง … Read more

ธ.ก.ส. เปิดตัวสินเชื่อใหม่ สนับสนุนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน รับเงินทุน 1 แสนบาท ดอกเบี้ยเพียง 9.25% ต่อปี

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ประกาศเปิดตัวโครงการสินเชื่อใหม่ “คนเก่ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ภาคีเครือข่าย” มอบสิทธิพิเศษให้ผู้นำชุมชนระดับตำบลและหมู่บ้าน ได้รับเงินทุนสูงสุด 100,000 บาท เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับครอบครัว พร้อมอัตราดอกเบี้ยในระดับที่เข้าถึงได้ โครงการสินเชื่อเพื่อผู้นำชุมชน ตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพชีวิต ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือที่รู้จักกันในนาม ธ.ก.ส. ได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดของโครงการสินเชื่อใหม่ล่าสุด ภายใต้ชื่อ “สินเชื่อ คนเก่ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ภาคีเครือข่าย” ซึ่งถือเป็นสินเชื่ออเนกประสงค์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้นำชุมชนในระดับตำบลและหมู่บ้าน โครงการนี้มุ่งเน้นการสนับสนุนให้ผู้นำท้องถิ่นสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีเงื่อนไขเหมาะสม เพื่อนำไปใช้ในการจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนบุคคล การอุปโภคบริโภคประจำวัน หรือการจัดหาสวัสดิการขั้นพื้นฐานให้กับสมาชิกในครอบครัว ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับรากหญ้า นายสมชาย วงศ์ประสิทธิ์ รองผู้จัดการใหญ่ ธ.ก.ส. กล่าวว่า “โครงการสินเชื่อนี้เกิดขึ้นจากการตระหนักถึงความสำคัญของผู้นำชุมชนที่ทำงานเพื่อประชาชนอย่างทุ่มเท แต่บางครั้งต้องเผชิญกับปัญหาทางการเงินส่วนตัว เราจึงต้องการสร้างโอกาสให้พวกเขาได้มีแหล่งเงินทุนที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาคุณภาพชีวิต” รายละเอียดวงเงินและกลุ่มเป้าหมาย โครงการสินเชื่อ “คนเก่ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ภาคีเครือข่าย” แบ่งกลุ่มผู้มีสิทธิออกเป็น 2 ประเภทหลัก โดยมีวงเงินกู้ที่แตกต่างกันตามตำแหน่งและความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ กลุ่มที่ 1: กำนันและผู้ใหญ่บ้าน กำนันและผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นผู้นำชุมชนระดับต้นสามารถขอสินเชื่อได้สูงสุด 100,000 บาท … Read more

ปฏิวัติเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า: จีนเปิดศักราชใหม่ด้วยระบบสลับแบตเตอรี่ใน 3 นาที ท้าชิงตลาดการชาร์จแบบดั้งเดิม

ยุคสมัยของการรอชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเป็นชั่วโมงอาจจะสิ้นสุดลงในเร็วๆ นี้ เมื่อประเทศจีนกำลังผลักดันนวัตกรรมใหม่ที่อาจเปลี่ยนแปลงวงการยานยนต์ไฟฟ้าไปตลอดกาล นั่นคือระบบ “การสลับแบตเตอรี่” ที่ใช้เวลาเพียง 3 นาที แทนการชาร์จแบบดั้งเดิม ซึ่งแม้จะพัฒนาจนชาร์จเร็วได้ถึง 5 นาที แต่ยังไม่สามารถเทียบได้กับความรวดเร็วของการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ทั้งก้อน ความก้าวหน้านี้ไม่ใช่เพียงแค่การแข่งขันด้านเทคโนโลยี แต่เป็นการวางรากฐานระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงวิถีการเดินทางของผู้คนทั่วโลกไปอย่างสิ้นเชิง บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดของโลก และ Nio สตาร์ตอัปรถยนต์ไฟฟ้าชื่อดัง กำลังลงทุนอย่างมหาศาลเพื่อสร้างเครือข่ายสถานีสลับแบตเตอรี่กว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศจีน มีเป้าหมายที่จะแทนที่ระบบปั๊มชาร์จแบบเดิมๆ และอาจขยายไปสู่ตลาดโลกในอนาคต วิวัฒนาการจากการชาร์จสู่การสลับ: เมื่อ 3 นาทีเร็วกว่า 5 นาที การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าได้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในอดีตที่ไม่ไกลนัก ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าต้องทนรอการชาร์จแบตเตอรี่เป็นเวลาหลายชั่วโมง ซึ่งแม้จะประหยัดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงมากกว่ารถใช้น้ำมัน แต่ความไม่สะดวกในการชาร์จกลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคลังเลในการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีการชาร์จเร็วได้พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเวลาชาร์จหลายชั่วโมงลดลงเหลือภายใน 1 ชั่วโมง และล่าสุด CATL ได้ประกาศแบตเตอรี่รุ่นใหม่ที่สามารถชาร์จเต็มภายใน 5 นาที พร้อมระยะทางวิ่งได้ไกลถึง 520 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในวงการยานยนต์ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้านี้ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการแข่งขันเทคโนโลยี เพราะ Nio … Read more

กรมที่ดินชี้แจงชัด ใครมีสิทธิรับมรดกที่ดินเมื่อเจ้าของเสียชีวิตโดยไม่ทำพินัยกรรม

ปัญหาการรับมรดกที่ดินเมื่อเจ้าของเสียชีวิตโดยไม่มีพินัยกรรม เป็นประเด็นที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในสังคมไทย หลายครอบครัวต้องเผชิญกับความไม่เข้าใจเกี่ยวกับสิทธิในการรับมรดก ทำให้เกิดข้อพิพาทและความขัดแย้งภายในครอบครัว บางกรณีต้องฟ้องร้องกันถึงศาล ส่งผลให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายอย่างมาก กรมที่ดินในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการจัดการที่ดินของประเทศ จึงได้ออกมาให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจที่ถูกต้องตามกฎหมาย และสามารถดำเนินการได้อย่างเหมาะสม หลักกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นตัวกำหนด ตามที่กรมที่ดินได้ชี้แจง เมื่อเจ้าของที่ดินเสียชีวิตโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ การรับมรดกจะเป็นไปตามหลักกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งได้บัญญัติเรื่องทายาทโดยธรรมไว้อย่างชัดเจน โดยทายาทโดยธรรมคือบุคคลที่กฎหมายกำหนดให้มีสิทธิรับมรดกโดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องมีการระบุชื่อในพินัยกรรม หลักการสำคัญของกฎหมายนี้คือ ทายาทในลำดับก่อนหน้าจะมีสิทธิตัดทายาทในลำดับถัดไป ยกเว้นกรณีพิเศษที่ผู้สืบสันดานและบิดามารดายังคงมีสิทธิรับมรดกร่วมกันได้ ซึ่งเป็นข้อยกเว้นที่สำคัญที่หลายคนอาจไม่ทราบ 6 ลำดับทายาทโดยธรรมตามกฎหมาย กรมที่ดินได้แจกแจงลำดับทายาทโดยธรรมทั้ง 6 ลำดับออกมาอย่างชัดเจน ดังนี้ ลำดับที่ 1 – ผู้สืบสันดาน ลำดับแรกคือผู้สืบสันดาน ซึ่งหมายรวมถึงบุตร หลาน และเหลน ทั้งบุตรธรรมดาและบุตรบุญธรรมที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย ผู้สืบสันดานในลำดับนี้จะได้รับสิทธิในการรับมรดกเป็นอันดับแรก และหากมีผู้สืบสันดานอยู่ ทายาทในลำดับอื่นจะไม่สามารถรับมรดกได้ ยกเว้นบิดามารดาของผู้ตายที่ยังคงมีสิทธิรับมรดกร่วมด้วย การแบ่งสัดส่วนมรดกในหมู่ผู้สืบสันดานจะแบ่งเท่าๆ กัน เช่น หากมีบุตร 3 คน ก็จะได้รับมรดกคนละ 1 ใน 3 ส่วน แต่หากบุตรคนใดเสียชีวิตก่อนผู้ตาย ลูกของบุตรคนนั้น (หลานของผู้ตาย) จะมาแทนที่ในสิทธิของบิดามารดา … Read more

กองทัพไทยยืนยันความพร้อมสูงสุด หากเกิดการปะทะไทย-กัมพูชาอีกครั้ง “บิ๊กกุ้ง” เตรียมเข้าสู่บทบาทใหม่ในฐานะที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงตึงเครียด ขณะที่กองทัพไทยรักษากำลังทหารเต็มพิกัดเพื่อเตรียมรับมือทุกสถานการณ์ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 นายวาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหารที่มีชื่อเสียงด้านการรายงานข่าวทหาร ได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาผ่านรายการ “เรื่องใหญ่ LiveTalk” โดยเน้นยืนยันถึงความพร้อมของกองทัพไทยในการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะบานปลายจากเหตุการณ์ปะทะในพื้นที่ช่องอานม้า ความขัดแย้งที่ช่องอานม้า: มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญทางทหาร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ช่องอานม้าเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งทหารกัมพูชาได้แสดงความไม่พอใจต่อการที่ทหารไทยนำคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) เข้าไปในพื้นที่ โดยอ้างว่าไม่ได้รับการแจ้งล่วงหน้า ได้สร้างความตึงเครียดขึ้นอีกครั้งในบริเวณชายแดนที่อ่อนไหวนี้ นายวาสนา นาน่วม ได้ชี้แจงรายละเอียดของเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “ตอนที่กัมพูชาพาคณะผู้สังเกตการณ์ฯ มาลงพื้นที่ช่องอานม้า ก็ไม่ได้แจ้งฝ่ายไทยเช่นกัน แต่ทหารไทยเข้าไปยืนเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของพื้นที่ด้วย แต่ไม่ได้โวยวาย ยืนนิ่งเป็นสุภาพบุรุษ” การเปรียบเทียบพฤติกรรมของทหารทั้งสองฝ่ายในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างในแนวทางการจัดการกับความขัดแย้ง โดยฝ่ายไทยแสดงออกด้วยความสุภาพและรักษาระเบียบวินัย ขณะที่ฝ่ายกัมพูชากลับมีการแสดงออกที่รุนแรงกว่า การวิเคราะห์สถานการณ์ 50-50: ระหว่างการเจรจาและการปะทะ ประเด็นสำคัญที่นายวาสนา นาน่วม ได้อธิบายคือการที่แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ประเมินสถานการณ์ปัจจุบันอยู่ในระดับ 50-50 ซึ่งหมายความว่ามีโอกาสเท่าๆ กันที่สถานการณ์จะไปในทิศทางของการเจรจาหรือการปะทะกัน การประเมินนี้สะท้อนถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ชายแดนที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้แน่ชัด “50-50 คือโอกาสที่จะเจรจากันก็มี และโอกาสที่จะปะทะกันก็มี” นายวาสนา นาน่วม อธิบาย โดยเน้นว่าแม้สถานการณ์จะไม่แน่นอน แต่ฝ่ายไทยได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น … Read more

Ford ลงทุนมหาศาล 2,000 ล้านดอลลาร์ ปฏิวัติกระบวนการผลิต ทิ้งสายพานแบบดั้งเดิม ปั้น “Assembly Tree” เพื่อสู้ศึกรถยนต์ไฟฟ้าจีน

ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมยานยนต์อเมริกันอย่าง Ford Motor Company กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ที่อาจเปลี่ยนแปลงอนาคตของบริษัทไปตลอดกาล ด้วยการลงทุนมหาศาลเกือบ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อปฏิวัติกระบวนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า โดยการทิ้งระบบ “สายพาน” ที่เป็นมรดกของเฮนรี ฟอร์ด มานานกว่าศตวรรษ และเปลี่ยนมาใช้ระบบ “Assembly Tree” ที่ล้ำสมัยกว่า การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีน ที่สามารถผลิตรถยนต์ในต้นทุนที่ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ Ford จำเป็นต้องหาทางออกใหม่เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความท้าทายจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีน ปัจจุบัน Ford กำลังเผชิญกับความท้าทายที่ร้ายแรงจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ที่สามารถนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่แข่งขันได้สูง ซึ่งในตลาดโลกนั้น รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนมีราคาเริ่มต้นเพียง 500,000 – 700,000 บาทเท่านั้น ในขณะที่รถยนต์ของ Ford มีราคาเฉลี่ยสูงถึง 1.5 – 2 ล้านบาท ความแตกต่างด้านราคาที่มากถึงสองเท่านี้ ทำให้ Ford เสียเปรียบในการแข่งขันอย่างมาก จิม ฟาร์ลีย์ (Jim Farley) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Ford ได้ออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “นี่คือความได้เปรียบที่ไม่อาจมองข้าม” และเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้บริษัทจำเป็นต้อง “เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่” … Read more

JAECOO 5 EV รุ่นใหม่เขย่าตลาดรถไฟฟ้าไทย ราคาเริ่มต้น 549,000 บาท มุ่งเป้ากลุ่มคนรักสัตว์และไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

วงการยานยนต์ไทยเกิดความเคลื่อนไหวใหม่อีกครั้ง เมื่อ OMODA & JAECOO แบรนด์ยานยนต์ระดับโลกที่กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ประกาศเปิดตัว “JAECOO 5 EV” รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนรักสัตว์เลี้ยงและผู้ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ในการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมและคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างจากคู่แข่งในระดับราคาเดียวกัน วิสัยทัศน์สร้างรถยนต์ที่เป็นมากกว่ายานพาหนะ บิล จาง ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ โอโมด้า แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) เปิดเผยถึงแนวคิดในการพัฒนา JAECOO 5 EV ว่า “เราไม่ได้มองว่ารถยนต์เป็นเพียงแค่ยานพาหนะที่ใช้สำหรับการเดินทางเท่านั้น แต่เรามองว่ามันควรเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ทำให้ทุกการเดินทางมีความหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางของคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการผจญภัย ครอบครัวที่รักการท่องเที่ยว หรือคนรักสัตว์เลี้ยงที่ต้องการพาน้องสี่ขาไปด้วยกันอย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย” แนวคิดดังกล่าวได้รับการแปลงเป็นรูปธรรมผ่านการออกแบบและพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆ ที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะกลุ่ม เช่น ห้องโดยสารที่กว้างขวางและยืดหยุ่น ระบบความบันเทิงที่ครบครันสำหรับการเดินทางระยะไกล และที่สำคัญคือโหมดคาราโอเกะในรถที่สามารถเปลี่ยนบรรยากาศการเดินทางให้กลายเป็นปาร์ตี้ส่วนตัวได้ทันที นอกจากนี้ การใส่ใจในรายละเอียดยังขยายไปถึงการเลือกใช้วัสดุและการออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สะท้อนถึงความรับผิดชอบของแบรนด์ต่อสังคมและโลกของเราในอนาคต ทางเลือกครบครัน: 2 รุ่นย่อยสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ JAECOO 5 EV นำเสนอความหลากหลายผ่าน 2 รุ่นย่อยที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการและงบประมาณที่แตกต่างกัน JAECOO 5 EV … Read more

“น้องตังค์” นักเรียน ป.6 อุดรธานี ฟื้นตัวดี หลังถูกรถกระบะเหยียบ ต้องพักรักษาตัวนาน 3 สัปดาห์

จังหวัดอุดรธานี – ความคืบหน้าล่าสุดของกรณี “น้องตังค์” เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แห่งโรงเรียนอนุบาลในจังหวัดอุดรธานี ที่ประสบอุบัติเหตุถูกรถกระบะเหยียบจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ปัจจุบันเด็กชายคนนี้แสดงให้เห็นถึงพลังใจที่เข้มแข็งและความมุ่งมั่นในการฟื้นตัว ท่ามกลางการดูแลอย่างใกล้ชิดจากครอบครัว โรงเรียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สภาพร่างกายและจิตใจที่น่าประทับใจ จากการรายงานของแพทย์ผู้รับผิดชาดูแลที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี น้องตังค์มีพัฒนาการที่น่าประทับใจในด้านสุขภาพจิต แม้จะต้องเผชิญกับการบาดเจ็บที่รุนแรง แต่เด็กชายวัย 12 ปีคนนี้ยังคงแสดงออกถึงความแจ่มใสและรอยยิ้มที่อบอุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ให้กำลังใจแก่ครอบครัวและทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมเยียน แพทย์ผู้ดูแลระบุว่า ขณะนี้น้องตังค์มีสุขภาพจิตที่ดี แสดงอาการยิ้มแย้มแจ่มใส และสามารถสื่อสารกับผู้ใกล้ชิดได้เป็นปกติ อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูทางร่างกายยังคงเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาและความอดทน เนื่องจากการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อกระดูกเชิงกรานและสะโพก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการเคลื่อนไหว แผนการรักษาและระยะเวลาฟื้นฟู ตามคำแนะนำของทีมแพทย์ น้องตังค์จะต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 สัปดาห์ เพื่อให้กระดูกเชิงกรานและสะโพกสามารถเชื่อมกันและหายเป็นปกติ ในช่วงเวลานี้ เด็กชายจะต้องหลีกเลี่ยงการเดินและการเคลื่อนไหวที่อาจส่งผลกระทบต่อบริเวณที่บาดเจ็บ การรักษาในระยะนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการหายของกระดูก โดยแพทย์จะติดตามอาการอย่างใกล้ชิดและปรับแผนการรักษาตามความก้าวหน้าของการฟื้นตัว นอกจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว ทีมสหสาขาวิชาชีพยังได้วางแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพเพื่อให้น้องตังค์สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเด็กปกติ การเยี่ยมเยียนจากผู้บริหารการศึกษา เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 เวลา 12.00 น. นางชฎากรณ์ บรรเลงรมย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 ได้นำคณะผู้บริหารการศึกษาระดับสูงเดินทางเข้าเยี่ยมน้องตังค์ที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี … Read more

“โน้ส อุดม” รับทราบข้อหาหมิ่นประมาท หลัง “ครูปรีชา” ฟ้องร้องคดีเก่า 7 ปี จากรายการเดี่ยว 12

วันที่ 20 สิงหาคม 2568 – เฟซบุ๊กเพจ “ลูกค้าคือบร๊ะเจ้า” เผยข้อมูลเรื่องราวการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาของ โน้ส อุดม แต้พานิช นักแสดงโชว์ชื่อดัง หลังจาก ครูปรีชา ใคร่ครวญ ครูดังผู้สร้างแรงบันดาลใจ ได้ยื่นฟ้องร้องในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จากเนื้อหาในรายการ “เดี่ยว 12” ที่จัดแสดงเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา รายละเอียดการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 โน้ส อุดม แต้พานิช ได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในคดีที่ครูปรีชา ใคร่ครวญ ได้แจ้งความร้องทุกข์ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา การดำเนินคดีครั้งนี้ถือเป็นการยืดเวลาที่ค่อนข้างยาวนาน เนื่องจากเหตุการณ์ที่นำมาสู่คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2561 หรือเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา คดีนี้มีความซับซ้อนในหลายมิติ โดยเฉพาะด้านการตีความเนื้อหาและระยะเวลาที่ผ่านไป ซึ่งทำให้เป็นที่สนใจของสื่อและประชาชนอย่างกว้างขวาง การที่ครูปรีชาตัดสินใจแจ้งความในเดือนมิถุนายน 2568 หลังจากได้รับคลิปวิดีโอการแสดงดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าเนื้อหาในรายการเดี่ยว 12 ได้ก่อให้เกิดความรู้สึกไม่พอใจและเห็นว่าเป็นการสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของตนเอง ความเป็นมาของเหตุการณ์ การแสดงเดี่ยว 12 ของโน้ส อุดม … Read more