เหตุการณ์นองเลือดครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 23.15 น. ที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งในย่านตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โดยผู้เสียหายคือนายกรรณตวีย์ อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช กำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่กับหญิงสาวซึ่งเป็นอดีตแฟนของผู้ต้องหา
ตามที่สืบสวนได้ นายธีรยุทธได้เดินทางมาถึงร้านเหล้าและเกิดเหตุไม่พอใจเมื่อเห็นอดีตแฟนสาวของตนนั่งดื่มกับชายหนุ่มคนใหม่ ก่อนที่จะเกิดการทะเลาะวิวาทขึ้น และในที่สุดนายธีรยุทธได้ใช้อาวุธมีดพกสั้นแทงนายกรรณตวีย์ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส
หลังจากก่อเหตุแล้ว ผู้ต้องหาได้รีบขับรถยนต์ยี่ห้อ BMW หลบหนีจากที่เกิดเหตุ และไปจอดทิ้งรถไว้ที่บริเวณพูนผลไนท์พลาซ่า อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ก่อนที่จะหายตัวไป
การดำเนินคดีและการติดตาม
เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลเมืองภูเก็ตได้เร่งดำเนินการสืบสวนคคดีทันที โดยได้ติดตามและตรวจยึดรถยนต์ BMW ที่ผู้ต้องหาใช้ในการหลบหนีมาไว้ที่สถานีตำรวจ พร้อมทั้งชุดสืบสวนได้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุและยื่นคำร้องขออนุมัติศาลออกหมายจับ
ศาลจังหวัดภูเก็ตได้อนุมัติออกหมายจับหมายเลข 952/2568 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2568 ในข้อหา “พยายามฆ่าผู้อื่น” และ “พกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร”
การมอบตัวและการให้การ
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2568 เวลา 11.45 น. นายธีรยุทธ ธรรมเพชร ได้เดินทางมามอบตัวต่อ พ.ต.อ.ชาตรี ชูแก้ว ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลเมืองภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.ท.อรรถวัฒน์ สุวรรณรัตน์ รองผู้กำกับการฝ่ายสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลเมืองภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้อง
ผู้ต้องหาได้เดินทางมาพร้อมกับทนายความส่วนตัว และได้รับการแสดงหมายจับจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างถูกต้องตามกระบวนการ
คำให้การของผู้ต้องหา
ในการให้การเบื้องต้น นายธีรยุทธได้ให้การปฏิเสธในข้อหา “พยายามฆ่าผู้อื่น” โดยอ้างว่าการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะบันดาลโทสะ และยืนยันว่าสาเหตุที่ทำเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือผู้อื่นใด
ผู้ต้องหายังให้การว่าไม่มีผู้ใดร่วมกระทำความผิด และตนได้ก่อเหตุเพียงผู้เดียว สำหรับรายละเอียดอื่นๆ ผู้ต้องหาขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น
ท่าทีของตำรวจต่อการประกันตัว
พ.ต.อ.ชาตรี ชูแก้ว ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลเมืองภูเก็ต ได้แถลงว่า “วันนี้รับมอบตัวผู้ต้องหาที่เดินทางเข้ามามอบตัวดำเนินการตามกระบวนการเรียบร้อยเพราะเป็นหมายจับ ได้ควบคุมตัวไว้แล้ว และเนื่องจากวันนี้เป็นวันศุกร์ต้องเอาตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดภูเก็ต”
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาได้ยื่นเรื่องขอประกันตัว แต่ตำรวจไม่อนุญาต โดยจะดำเนินการนำตัวไปฝากขังตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
ข้อหาที่ถูกจับกุม
ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีในข้อหาหลัก 2 ข้อหา ได้แก่:
- พยายามฆ่าผู้อื่น – ซึ่งเป็นข้อหาหนักที่อาจมีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต
- พกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร – ซึ่งมีโทษปรับหรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
สภาพของผู้เสียหาย
นายกรรณตวีย์ ผู้เสียหายในคดีนี้ ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกแทงด้วยมีดพก และได้รับการนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาทันที แพทย์ระบุว่าผู้เสียหายมีอาการบาดเจ็บในระดับที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แต่สามารถรอดพ้นจากอันตรายได้
ผลกระทบต่อครอบครัวและการเมือง
เหตุการณ์ครั้งนี้ได้สร้างความตกตะลึงในวงการการเมืองภาคใต้ เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นหลานของนักการเมืองที่มีชื่อเสียงในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาได้ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัวและไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด
ครอบครัวของผู้ต้องหาได้ออกมาแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และระบุว่าจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินคดีตามกระบวนการกษหมาย พร้อมทั้งขอโทษต่อผู้เสียหายและครอบครัว
มุมมองทางกฎหมาย
ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายระบุว่า คดีนี้ถือเป็นคดีอาญาที่มีความรุนแรงสูง โดยเฉพาะข้อหา “พยายามฆ่าผู้อื่น” ซึ่งศาลจะต้องพิจารณาปัจจัยหลายประการ เช่น เจตนาในการกระทำ ความรุนแรงของการกระทำ และผลกระทบที่เกิดขึ้น
การที่ตำรวจคัดค้านการประกันตัวนั้น อาจเป็นเพราะพิจารณาจากความรุนแรงของคดี ความเป็นไปได้ในการหลบหนี และการที่ผู้ต้องหาเคยหลบหนีไปแล้วครั้งหนึ่งหลังจากก่อเหตุ
ขั้นตอนต่อไป
ในขั้นตอนต่อไป ผู้ต้องหาจะถูกนำตัวไปยังศาลจังหวัดภูเก็ตเพื่อฝากขัง และศาลจะพิจารณาคำร้องขอประกันตัว หากศาลอนุญาตให้ประกัน ผู้ต้องหาอาจได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาคดี
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสืบสวนเพิ่มเติม รวบรวมพยานหลักฐาน และสร้างแฟ้มคดีให้สมบูรณ์ก่อนส่งให้อัยการพิจารณาฟ้องร้อง
บทเรียนและการป้องกัน
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับการควบคุมอารมณ์และการแก้ไขปัญหาโดยสันติ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาระบุว่า การบันดาลโทสะและการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาส่วนตัวนั้นไม่เพียงแต่จะไม่ช่วยแก้ปัญหา แต่ยังจะสร้างปัญหาใหม่ที่รุนแรงมากขึ้น
สังคมควรส่งเสริมการศึกษาเกี่ยวกับการจัดการอารมณ์และการแก้ไขความขัดแย้งโดยสันติ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเช่นนี้ขึ้นอีก
บรรยากาศในพื้นที่
บรรยากาศในพื้นที่ที่เกิดเหตุยังคงเป็นปกติ แต่ชาวบ้านในย่านตลาดใหญ่ต่างรู้สึกตกใจและกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าของร้านเหล้าที่เกิดเหตุได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนอย่างเต็มที่
ตำรวจได้เพิ่มการลาดตระเวนในพื้นที่เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และกระตุ้นให้ผู้ประกอบการร้านเหล้าและสถานบันเทิงเพิ่มความระมัดระวังในการดูแลความปลอดภัยของลูกค้า
คดีนี้จะเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่สำคัญเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงจากความหึงหวง และผลกระทบที่ตามมาทั้งต่อตัวผู้กระทำ ผู้เสียหาย และสังคมโดยรวม การดำเนินคดีในครั้งนี้จะเป็นแบบอย่างในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม โดยไม่คำนึงถึงสถานะทางสังคมหรือความเกี่ยวข้องทางการเมืองของผู้กระทำผิด