พลตำรวจตรี พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ได้สั่งการให้พันตำรวจเอก อภิชาติ เรนชนะ ผู้กำกับการกองบังคับการ 3 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วย พันตำรวจตรี พร้อมคุณ ทองบัว สารวัตรสอบสวนกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี 4 ดำเนินการจับกุมนายสุริยา อายุ 25 ปี ตามหมายจับที่ศาลจังหวัดจันทบุรีออกในข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส” โดยจับกุมได้ที่บริเวณถนนหน้าศาลหลักเมืองจันทบุรี ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี
ประวัติความรุนแรงที่สะสมมานาน
จากการสอบสวนพบว่า นายสุริยาเป็นพ่อเลี้ยงของเด็กชายที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นบุตรของนางสาวแอน (นามสมมุติ) จากการแต่งงานครั้งก่อน โดยนายสุริยาได้เข้ามาใช้ชีวิตร่วมกันกับนางสาวแอนในฐานะสามีภรรยา และได้อาศัยอยู่ในครอบครัวเดียวกันกับเด็กชายที่เป็นลูกเลี้ยง
อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่อยู่ร่วมกัน นายสุริยามีพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความรุนแรงต่อเด็กชายอย่างต่อเนื่อง โดยมักจะใช้กำลังทุบตีและทำร้ายร่างกายเด็กเป็นประจำ สาเหตุที่นายสุริยาอ้างก็คือ เด็กมีพฤติกรรมร้องไห้งอแงบ่อยครั้ง ซึ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดและไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้
สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ แม้ว่านางสาวแอนจะรับรู้ถึงเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับลูกชาย แต่ด้วยความกลัวและไม่อยากให้เกิดปัญหาในครอบครัว เธอจึงเลือกที่จะนิ่งเงียบและไม่ได้นำเรื่องไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด การนิ่งเงียบครั้งนี้กลับกลายเป็นว่าทำให้นายสุริยามีพฤติกรรมรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็นำไปสู่เหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในครั้งนี้
เหตุการณ์ครั้งสุดท้ายที่รุนแรงเกินขอบเขต
เหตุการณ์ที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงเดือนกันยายน พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนหน้าการจับกุมไม่นาน ในวันนั้น นายสุริยาได้ลงมือทำร้ายร่างกายเด็กชายอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ความรุนแรงได้เพิ่มขึ้นอย่างมากจนเกินขอบเขตที่จะยอมรับได้
หลังจากการทำร้ายครั้งนั้น เด็กชายมีอาการปวดขาอย่างรุนแรงจนไม่สามารถลุกยืนได้ ร่างกายของเด็กเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวไปทั่ว เมื่อนางสาวแอนเห็นอาการของลูกชายที่รุนแรงผิดปกติ จึงตัดสินใจรีบพาไปรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลทันที
เมื่อแพทย์ได้ทำการตรวจร่างกายและเอกซเรย์ พบว่าเด็กชายมีกระดูกต้นขาซ้ายหัก ซึ่งเป็นการบาดเจ็บที่รุนแรงมาก การที่กระดูกต้นขาหักในเด็กเล็กแสดงให้เห็นว่าแรงกระแทกที่ใช้นั้นมีความรุนแรงสูงมาก และอาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเด็กในอนาคตได้
นอกจากกระดูกหักแล้ว แพทย์ยังพบรอยฟกช้ำและบาดแผลอื่นๆ อีกหลายจุดบนร่างกายของเด็ก ซึ่งบางส่วนเป็นบาดแผลเก่าที่แสดงให้เห็นว่าเด็กถูกทำร้ายมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน การค้นพบนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เกิดความสงสัยและแจ้งเรื่องให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ
การตัดสินใจแจ้งความของมารดา
เมื่อเห็นว่าบุตรชายของตนเองได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงจนกระดูกหัก และพฤติกรรมของนายสุริยาที่มีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นางสาวแอนจึงเกิดความกังวลอย่างมากต่อความปลอดภัยในชีวิตของลูกชาย เธอเริ่มตระหนักว่าหากยังคงนิ่งเงียบต่อไป ลูกชายของเธออาจจะได้รับอันตรายที่รุนแรงยิ่งขึ้น หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
ด้วยความกลัวและความห่วงใยต่อชีวิตของลูก ในที่สุดนางสaวแอนจึงตัดสินใจนำเรื่องเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี โดยได้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับลูกชายของเธอ รวมถึงพฤติกรรมความรุนแรงที่สะสมมาเป็นระยะเวลานาน
การแจ้งความของนางสาวแอนในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องและดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างจริงจัง โดยได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ รวมถึงเอกสารทางการแพทย์ที่แสดงถึงบาดแผลและการบาดเจ็บของเด็กชาย
การออกหมายจับและการจับกุม
หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนและเห็นว่ามีมูลความผิดอย่างชัดเจน จึงได้ดำเนินการขอหมายจับจากศาลจังหวัดจันทบุรี โดยศาลได้พิจารณาและเห็นว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้ว่านายสุริยาได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา จึงได้ออกหมายจับในข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส”
เมื่อได้รับหมายจับแล้ว พลตำรวจตรี พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการติดตามตัวผู้ต้องหาโดยเร็วที่สุด เพราะเห็นว่าเป็นคดีที่มีความรุนแรงสูงและต้องการให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย
ทีมงานสืบสวนได้ติดตามเบาะแสของนายสุริยาอย่างใกล้ชิด จนในที่สุดได้ทราบว่าผู้ต้องหาอยู่ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนการจับกุมอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้ผู้ต้องหาหลบหนี
ในวันที่ 4 ตุลาคม 2568 ทีมงานตำรวจประกอบด้วย พันตำรวจเอก อภิชาติ เรนชนะ และ พันตำรวจตรี พร้อมคุณ ทองบัว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อีกหลายนาย ได้ดำเนินการจับกุมนายสุริยาที่บริเวณถนนหน้าศาลหลักเมืองจันทบุรี ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี โดยการจับกุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้ต้องหาไม่ได้ขัดขืนหรือหลบหนีแต่อย่างใด
การสอบสวนและคำให้การของผู้ต้องหา
หลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการสอบสวนนายสุริยาอย่างละเอียด โดยผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพว่าได้กระทำการทำร้ายร่างกายเด็กชายตามที่ถูกกล่าวหาจริง
นายสุริยาให้การว่า เหตุที่ตนเองกระทำการดังกล่าวเป็นเพราะอยู่ในอาการมึนเมาจากการดื่มสุรา ซึ่งทำให้ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ดี นอกจากนี้ เขายังอ้างอีกว่าเด็กชายมีพฤติกรรมชอบร้องไห้และงอแงบ่อยครั้ง ซึ่งเสียงร้องไห้ของเด็กทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดและรำคาญจนไม่สามารถอดทนได้ จึงทำให้เขาขาดสติและลงมือทำร้ายเด็ก
อย่างไรก็ตาม คำอ้างของนายสุริยาไม่สามารถเป็นข้อแก้ตัวหรือลดทอนความรุนแรงของการกระทำของเขาได้ เพราะการใช้ความรุนแรงกับเด็กเล็กที่ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้นั้น ถือเป็นการกระทำที่ร้ายแรงและผิดกฎหมายอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการทำร้ายนั้นรุนแรงจนทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นกระดูกหัก
ผลกระทบต่อเหยื่อและครอบครัว
การถูกทำร้ายร่างกายของเด็กชายวัย 3 ขวบในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บทางร่างกายเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจและพัฒนาการของเด็กในระยะยาว เด็กที่ถูกทำร้ายมักจะมีความกลัว ขาดความรู้สึกปลอดภัย และอาจมีปัญหาทางจิตใจตามมาในอนาคต
กระดูกต้นขาที่หักอาจส่งผลต่อการเดินและการเจริญเติบโตของขาในอนาคต หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมและต่อเนื่อง อาจทำให้เด็กมีปัญหาในการเคลื่อนไหวหรือขาไม่เท่ากันได้
สำหรับนางสาวแอน แม่ของเด็ก เธอต้องเผชิญกับความรู้สึกผิดที่ไม่ได้ปกป้องลูกตั้งแต่แรก และต้องแบกรับความเจ็บปวดที่เห็นลูกต้องประสบกับความรุนแรง นอกจากนี้ เธอยังต้องเผชิญกับการตัดสินใจในอนาคตเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของตนเองและการดูแลลูกชาย
มุมมองทางกฎหมายและบทลงโทษ
ตามประมวลกฎหมายอาญา การทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้นถือเป็นความผิดที่มีโทษจำคุกและปรับ โดยระดับของโทษจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการบาดเจ็บและเจตนาของผู้กระทำผิด
ในกรณีนี้ เนื่องจากผู้เสียหายเป็นเด็กอายุเพียง 3 ขวบ ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ และนายสุริยาในฐานะพ่อเลี้ยงควรจะมีหน้าที่ดูแลและปกป้องเด็ก แต่กลับกระทำการทำร้าย ซึ่งถือเป็นการละเมิดหน้าที่และความไว้วางใจ จึงอาจมีการพิจารณาโทษที่หนักขึ้น
นอกจากนี้ การที่นายสุริยากระทำการทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า และมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายและการขาดความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ศาลอาจนำมาพิจารณาในการตัดสินคดีด้วย
ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่สังคมต้องเผชิญ
คดีนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่ยังคงเป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย โดยเฉพาะความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถปกป้องตนเองได้
หลายครั้งที่ความรุนแรงในครอบครัวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน แต่ไม่ถูกรายงานหรือแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ทราบ เพราะความกลัว ความละอาย หรือการไม่ต้องการให้ครอบครัวแตกแยก ซึ่งการนิ่งเงียบนี้กลับทำให้ผู้กระทำความรุนแรงมีโอกาสทำร้ายผู้เสียหายต่อเนื่อง และอาจรุนแรงยิ่งขึ้น
บทบาทของสุราในการกระตุ้นความรุนแรง
นายสุริยาอ้างว่าการดื่มสุราเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขากระทำการทำร้ายเด็ก ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลทางวิชาการที่พบว่าการดื่มสุราเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดความรุนแรงในครอบครัว
เมื่อผู้ดื่มอยู่ในอาการมึนเมา จะมีการควบคุมตนเองลดลง อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย และมีแนวโน้มที่จะใช้ความรุนแรงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การดื่มสุราไม่สามารถเป็นข้อแก้ตัวสำหรับการกระทำความผิดได้ เพราะผู้ดื่มเป็นผู้เลือกที่จะดื่มเองและต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง
การดำเนินคดีและขั้นตอนต่อไป
หลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายสุริยาส่งสถานีตำรวจภูธรอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นสถานีที่รับแจ้งความในครั้งแรก เพื่อดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมและจัดทำสำนวนการสอบสวนให้สมบูรณ์
เมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่จะส่งสำนวนให้อัยการพิจารณา หากอัยการเห็นว่ามีมูลความผิดเพียงพอ ก็จะยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อดำเนินคดีต่อไป
ในระหว่างนี้ ศาลจะพิจารณาว่าจะปล่อยตัวผู้ต้องหาชั่วคราวหรือไม่ โดยพิจารณาจากความรุนแรงของคดี โอกาสที่ผู้ต้องหาจะหลบหนี และความเป็นอันตรายต่อสังคม ในกรณีนี้ เนื่องจากเป็นคดีที่มีความรุนแรงสูงและผู้เสียหายเป็นเด็กเล็ก จึงมีความเป็นไปได้ที่ศาลจะไม่อนุญาตให้ประกันตัว
บทเรียนและข้อคิดสำหรับสังคม
คดีนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังและป้องกันความรุนแรงต่อเด็ก ผู้ที่พบเห็นหรือสงสัยว่าเด็กถูกทำร้าย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนบ้าน ญาติพี่น้อง ครู หรือบุคคลทั่วไป ควรรายงานให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที
สำหรับผู้ปกครองที่พบว่าคู่ครองหรือสมาชิกในครอบครัวใช้ความรุนแรงกับเด็ก ควรตัดสินใจปกป้องเด็กเป็นอันดับแรก โดยไม่ควรนิ่งเงียบหรือเพิกเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การแจ้งความและขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่อาจช่วยชีวิตเด็กได้
นอกจากนี้ สังคมควรส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็กอย่างเหมาะสม การจัดการอารมณ์ และการแก้ไขปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรง รวมถึงการรณรงค์ให้ลดการดื่มสุราซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของความรุนแรงในครอบครัว
คำสุดท้าย
คดีความรุนแรงต่อเด็กชายวัย 3 ขวบครั้งนี้ได้สร้างความตระหนักให้กับสังคมอีกครั้งถึงความสำคัญของการปกป้องเด็กจากความรุนแรง ขณะนี้ เด็กชายกำลังได้รับการรักษาและฟื้นฟูทั้งทางร่างกายและจิตใจ ส่วนผู้กระทำความผิดก็กำลังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม
เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรีได้แสดงความมุ่งมั่นในการดำเนินคดีนี้อย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย และเป็นบทเรียนแก่สังคมว่าการใช้ความรุนแรงต่อเด็กเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้และจะต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมาย
สำหรับนายสุริยา เขาจะต้องเผชิญกับกระบวนการยุติธรรมและรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง คำอ้างว่าเมาสุราหรือเด็กร้องไห้งอแงไม่สามารถเป็นข้อแก้ตัวสำหรับการทำร้ายเด็กอย่างโหดร้ายได้ และเขาจะต้องเรียนรู้ว่าการกระทำของเขาได้สร้างบาดแผลทั้งทางร่างกายและจิตใจให้กับเด็กผู้บริสุทธิ์ที่ควรจะได้รับความรักและการดูแลจากครอบครัว
คดีนี้ยังคงอยู่ในกระบวนการยุติธรรม และสังคมจะติดตามความคืบหน้าต่อไปว่าผู้กระทำความผิดจะได้รับโทษตามความเหมาะสมหรือไม่ และเด็กผู้เสียหายจะได้รับการดูแลฟื้นฟูที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถกลับมามีชีวิตที่ปกติสุขได้ต่อไป